Shopping cart

close

ดำน้ำลึกครั้งแรกในชีวิต มันเจ๋งมาก!!

ปีนี้เป็นปีที่ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะเรียนดำน้ำลึก หรือ Scuba ครับ ตั้งใจไว้เรียนตอนต้นปี แต่อย่างที่ทราบๆกันว่า ต้นปีนี้เรามีเหตุการณ์ช็อคคนทั้งโลก คือโรคระบาด ที่ทำให้แหล่งท่องเที่ยวต้องปิดการให้บริการ และมีการล็อคดาวน์พื้นที่ไปเลย ผมตั้งใจจะเรียนช่วงเดือน มีนาคม ก็นั่นแหละครับ แจคพ็อต ทะเลปิด เลยอดเรียน

พอมาปลายปี ทะเลไทยเปิดให้เที่ยวได้ ผมก็เลยมาเที่ยวทะเล และสมัครเรียนกับหลักสูตรของ PADI ครับ โดยผมมาเรียนที่เกาะลันตา ครับ ใช้บริการของ Go Dive Lanta ซึ่งเป็นศูนย์สอนดำน้ำลึก ที่เจ้าของเป็นคนไทยครับ สนับสนุนกิจการคนไทยด้วยกันเอง ฮ่าๆ

สำหรับหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรพื้นฐานเลยครับ คนที่อยากเรียนดำน้ำลึกก็ต้องผ่านตัวนี้ก่อน เพราะว่าจะมีการให้เราอ่านหนังสือด้วย ดูวีดีโอด้วย และฝึกปฏิบัติจริง 3 วัน และต้องทำข้อสอบ เพื่อให้ได้บัตรดำน้ำที่เอาไปใช้ได้ทั่วโลกด้วยเช่นเดียวกันครับ โดยตอนผมเรียน จะแบ่งเป็น การเรียนในสระว่ายน้ำ 1 วัน เพื่อฝึกสกิลการเคลียร์หู เวลาลงน้ำลึก ไม่ให้ปวดหู การลอยตัว และการว่ายผิวน้ำ พร้อมกับการสื่อสารใต้ทะเลเบื้องต้นครับ  จากนั้นวันที่สอง เราจะไปดำน้ำจริงก่อน 2 Dives และ วันที่ 3 ก็อีก 2 Dives เสร็จแล้วก็มาสอบครับ เป็นภาษาอังกฤษ สอบเสร็จ ก็จบขั้นตอนการเรียนหลักสูตรนี้ครับผม

ด้วยความที่ช่วงนี้ มันเป็นช่วงที่ไม่ปกติ นักท่องเที่ยวน้อยมาก ผมแทบจะเหมาทะเลเลยก็ได้ครับ คนเรียนก็ไม่มี ผมก็เรียนคนเดียวกับครูครับ ถือว่าเป็นความไพรเวทคอร์สไปอีก ทั้งเกาะหานักท่องเที่ยวแทบจะไม่มี 55

ครูที่สอนผม ชื่อครูนิน ครับ น่ารัก ใจดี เป็นกันเอง และใจเย็นมาก ผมเองมีปัญหาเรื่องการใช้ฟิน (ตีนกบ) เพราะไม่เคยใช้มาก่อน ปกติว่ายน้ำตื้นก็ใช้แต่เท้าเปล่า พอมาเจอฟินก็อึดอัดครับ เหมือนไม่ใช่ขาตัวเอง ทั้งกังวล ทั้งกลัวมันจะโดนปะการัง ครูก็บอกว่าให้ใจเย็นๆ แต่ก็ให้กำลังใจว่า ทุกอย่างมันก็ต้องฝึกกันไปครับ

ตอนที่จะลงน้ำลึกครั้งแรก ถามว่าผมกลัวไหม ตอนแรกก็กลัวนิดนึงครับ เพราะเวลาเรามองจากผิวน้ำ น้ำลึกระดับ 10 เมตร เราก็มองไม่เห็นพื้นแล้ว แต่พอได้ลงจริง มันไม่ได้น่ากลัวเลยครับ แสงส่องถึงสบายมาก สิ่งที่เราต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ “การหายใจต่อเนื่อง อย่ากลั้นหายใจ” ครับ และพยายามเคลียร์หู เพื่อปรับความดันหู แล้วเราจะไม่เจ็บหูเวลาลงที่ลึกๆครับ  ส่วนความรู้สึกว่าจะโดนน้ำกดบนผิวตัว ไม่ต้องกลัวนะครับ ระบบอุปกรณ์ดำน้ำ และชุดที่เราใส่ มันออกแบบมาป้องกันเราแล้วครับ หายห่วงได้เลย

ความรู้สึกตอนลงน้ำครั้งแรกหรือครับ กังวลครับ ฮ่าๆ กังวลว่าเราจะเคลียร์หูได้ไหม เราจะพยุงตัวลอยในความลึกได้ไหม ซึ่งผมว่า คนส่วนใหญ่ก็คงจะกลัวแบบเดียวกัน แต่พอลงไปแล้ว มันไม่ได้น่ากลัวครับ ขอแค่เราทำตามที่ครูสอน มันก็จะทำได้ครับ แต่เรื่องการพยุงตัว อย่างที่ผมบอกไปว่าผมไม่ชินกับการใช้ฟิน และเพิ่งเคยใช้ ก็มีปัญหาเรื่องการทรงตัวให้นิ่งได้ยังไม่ดีครับ

ในภาพคือวันแรกที่เรียนนะครับ โดยจะฝึกจากในสระน้ำก่อน หลักๆก็เน้นการฝึกผิวน้ำ การเคลียร์หู การลองเคลียร์หน้ากากถ้าน้ำเข้าหน้ากาก การลอดถอดหน้ากากออกหมดในกรณีหน้ากากหลุดจากหน้า การลองปล่อยสายคาบปากออก เพื่อจำลองกรณีมันหลุดออกจากปากในตอนดำน้ำครับ

เรียนๆกันอยู่แค่นี้ครับ ช่วงโควิด เหมือนได้เที่ยวส่วนตัวในราคาที่ถูกด้วยครับ แต่ผมว่าถ้ามีเพื่อนๆเรียนด้วยหน่อยก็น่าจะสนุกมากขึ้นครับ จะได้มีเพื่อนคอยดำด้วยเยอะๆ ช่วงนี้ใครมีเวลา และสนใจอยากเรียนดำน้ำ ก็เป็นโอกาสดีนะครับ ทะเลสวยเวอร์วังมาก ในขณะที่แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเลยครับ

วันที่สอง เราจะได้ลงน้ำลึกกันจริงๆแล้วครับ ด้วยความที่ผมเรียนคนเดียว ฮ่าๆ ก็เลยนั่งเรือหางยาวไปครับ โดยสถานที่สำหรับ Dive แรกในชีวิตผมคือ “เกาะห้า” ครับ ดำตรงเกาะห้าลากูน ความลึก 12 เมตรครับ  วันนี้เราเรียนเรื่องการทรงตัว ลอยตัว และการเคลียร์หู เคลียร์หน้ากาก และกรณีช่วยมีปัญหาต่างๆครับ

ตรงเกาะห้าลากูน สิ่งที่ผมเห็นวันนี้คือ ปลาไหลมอเรย์ครับ ตัวโตมาก เยอะมากๆด้วยครับ อย่างบางรูมีอยู่สองตัว! ปลาปักเป้าก็เยอะมาก มีหลายพันธุ์เลยครับ ที่เคยเห็นยากๆในตอนดำน้ำตื้น ก็เห็นดาษดื่นในตอนดำน้ำลึก ประทับใจมากครับ

พอไป Dive สอง เราไปที่เกาะห้า ตรงหน้าถ้ำ ครับ เรียกว่า “เกาะห้าใหญ่” แต่ผมไม่ได้เข้าถ้ำนะครับ อันนั้นสำหรับคนมีประสบการณ์ครับ ตรงนี้จะลึกมากขึ้น และมันโอ้โหมาก มีตรงที่เป็นหน้าผา ทอดดิ่งไปยังพื้นเบื้องล่าง หน้าผานั้นเต็มไปด้วยปะการังสีๆครับ เหมือนมีคนไปวาดภาพบนนั้นเลย มันมหัศจรรย์มากๆ แต่เสียดาย ที่ผมไม่ได้ถ่ายรูป เพราะครูไม่อนุญาตครับ ต้องเรียนให้จบก่อน โฟกัสการเรียนก่อนครับ

Dive 3 & 4 Paradise On Earth!

เช้าวันถัดมา เราไปเรียนภาคปฏิบัติกันต่อครับ โดยครั้งนี้เราจะดำอีก 2 Dives ก็จบหลักสูตรแล้วครับ ที่ระดับความลึก 18 เมตร ครูจะสอนให้ใช้เข็มทิศ ใช้ computer diving ครับ และเน้นให้ผมดูบ่อยๆ ฝึกการลอยตัวให้มั่นคงขึ้น และในวันนี้เรามีช่างภาพบนเรือด้วยครับ ชื่อว่า Fabric เป็นช่างภาพวัย 50 ปี ที่เป็นนักถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะเลย เค้าจะคอยตามเก็บภาพให้เราระหว่างที่เราอยู่ใต้น้ำครับ “ภาพสวยๆในบล็อกตอนนี้ มาจากฝีมือของ Fabric นะครับ เค้าจะถ่ายให้เรา และขายให้เรา ถ้าเราสนใจ ตอนนี้ราคาถูกมากครับ ผมได้มา 94 รูป ราคา 1,000 บาทเอง คุ้มมาก

ถ่ายภาพใต้น้ำเป็นที่ระลึกครับ Fabric เล่าให้ฟังว่า เขาเกิดมาจนอายุ 50ปี นี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เค้ามองไม่เห็นอนาคต เค้าไม่มีงานทำตั้งแต่เดือนมีนาคมครับ เพราะการท่องเที่ยวดำเนินไม่ได้ ปีนี้รายได้เค้าลดลงถึง 95% พอได้ออกมาถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวอีกครั้ง เค้าตื่นเต้นมาก และนี่เป็นครั้งแรกที่นักดำน้ำมีแต่คนไทย!!

Dive แรกของวัน เราลงที่ Pa Long (Phi Phi) ครับ ตรงนี้มีปะการังหลากสีเยอะมาก ผมตื่นเต้นกับการได้เห็นกัลปังหา เพราะดำน้ำตื้นไม่เคยเจอครับ สีสันมันสวยงามมากจริงๆ และปลาใต้ทะเลก็มีเป็นฝูงๆ ชอบมาก

ผมลงทะเลก็ตามติดครูเหมือนเหาฉลามเลยครับ 55 กลัวหลงครู ที่ตรงนี้เป็นอีกจุดที่ผมว่ามันสวยมากๆ เหมือนได้เห็นโลกอีกใบเลยครับ โลกแฟนตาซีที่มีบรรดาสัตว์ใต้ทะเลเป็นดารานำแสดง

เจอปลากหลากหลาย และเป็นฝูงเพียบเลยครับ ปลาเองก็ไม่กลัวเรานะครับ เค้าก็ว่ายของเค้าไป เราก็ลอยตัวนิ่งๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติไปครับ บางจังหวะก็แอคท่าให้ช่างภาพถ่ายภาพให้ ฮ่าๆ

โลกใต้ทะเล มีความมหัศจรรย์อยู่จริงๆครับ เหมือนเราลอยเหนือภูเขา และภูเขาเหล่านั้นล้วนมีบุปผชาติกำลังเบ่งบาน มีฝูงปลาลอยเหนือเขา ประหนึ่งเป็นนกน้อยที่โผบินรอบๆ

ดงกัลปังหา Sea Fan ขึ้นเพียบเลยครับ หลากสีมาก ผมเห็นแล้วได้แต่ร้องว้าวดังๆในใจครับ ฮ่าๆ

จุดที่สองที่เราลงไปของวันนี้ คือ ตรงหาดมาหยาครับ ปกติตรงนี้ลงไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเรือนักท่องเที่ยวเยอะมาก การดำน้ำจึงค่อนข้างอันตราย เพราะมีเรือเข้าออกประจำ แต่ก็อย่างที่บอกไปครับว่า นี่คือช่วงที่ดีที่สุดแล้ว เพราะมันไม่มีนักท่องเที่ยว ดังนั้น จึงดำได้สบาย ข้างล่างก็สวยงามไม่แพ้กันครับ ประทับใจมาก Fabric ก็ตามเก็บภาพให้รัวๆ

เวลาเราดำน้ำลึกขึ้นเรื่อย เราจะมีอาการปวดหูใช่ไหมครับ การแก้ปัญหาทำได้ง่ายมากเลยครับ นั่นคือให้เราเอามือบีบจมูกไว้ แล้วหายใจทางจมูกเบาๆ จะรู้สึกเหมือนลมออกทางหู แค่นี้เองครับ แล้วหูเราก็จะโล่งสบาย เพราะมีการปรับความดันของอากาศภายในหูแล้ว เราเรียกว่าการเคลียร์หูครับ ให้ทำบ่อยๆ เวลาลงลึกขึ้นเรื่อยๆครับ และที่สำคัญจำไว้เสมอครับว่า ระหว่างดำน้ำ “ต้องหายใจอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดหายใจ

ระหว่างที่อยู่ใต้น้ำ ครูจะคอยดูเราเป็นระยะๆ และเราก็ต้องดูครูเราด้วยเช่นกันครับ พยายามรักษาความลึกไม่ให้ต่ำกว่าครู แต่ถ้าเผลอต่ำกว่าก็ปรับการลอยตัวให้ลอยมาอีกนิดครับ ครูจะไม่พาเราทำอะไรผาดโผนหรือเสี่ยงอันตรายครับ ความปลอดภัยต้องมาก่อน ชีวิตเราสำคัญที่สุดครับ

ตรงอ่าวมาหยา วันนี้คนอื่นๆเค้าเห็นปลาฉลามเป็นฝูงเลยครับ ส่วนผมไม่เห็นครับ เห็นแต่ปลาปักเป้า ฮ่าๆๆๆ

ดำน้ำ นอกจากจะเจอธรรมชาติใต้ทะเลที่แปลกใหม่ ก็ยังได้เพื่อนใหม่ๆด้วยนะครับ หลายคนเคยไปมาหลายที่ก็มาแบ่งปันกันว่าดำตรงไหนสวย เจออะไรบ้าง อย่างวันที่ผมไปเกาะห้า ก็เจอครอบครัวพี่ท่านหนึ่งมาจากขอนแก่น ชอบดำน้ำมาก พาลูกสาวสองคนมาดำน้ำด้วยกัน เป็นกิจกรรมที่น่ารักมากครับ วันต่อมาก็เจอเพื่อนใหม่จากกรุงเทพ มาดำน้ำกับแฟนครับ ส่วนผมเหรอ มาคนเดียวจ้า 5555

หลังจากสิ้นสุดการ Dive ที่สองของวันนี้ ก็ถือว่าผมฝึกภาคปฏิบัติสมบูรณ์ละครับ เรียนจบแล้ว สอบภาคทฤษฎีต่อ (ซึ่งผมก็สอบผ่านแล้วครับ) เย่ๆ

ผมประทับใจโลกใต้ทะเลมากครับ และอยากจะฝึกให้เก่งขึ้นไปอีก เลยตัดสินใจลงเรียนคอร์ส Open Water Advanced ต่ออีกครับ ทีนี้จะได้ดำที่ระดับความลึก 30 เมตรครับ น่าจะเจออะไรแปลกๆมากขึ้นครับ

พอจบดำน้ำที่สอง ผมก็ต่อด้วย Fun Dive ครับ ตรงเกาะปิดะ ตรงนี้มองไม่ค่อยเห็น เพราะช่วงผมดำ น้ำค่อนข้างขุ่นครับ

การดำน้ำก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ ทำให้เราได้เจออะไรใหม่ๆ เปิดโลกใหม่ๆด้วยครับ แค่การได้เห็นปะการังสวยๆ ปลาหลากสี ผมก็ดีใจมากละครับ

สำหรับใครที่สนใจเรียนดำน้ำ หากแวะมาแถวเกาะลันตาก็เรียนที่เดียวกับผมได้นะครับ ในบทความผมแนบลิงค์เพจเค้าไว้ด้วยครับ

ขอบคุณที่ติดตามบทความของผมนะครับ เดี๋ยวรอบหน้าผมไปดำน้ำลึกกว่านี้ จะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง สำหรับตอนนี้ไว้เจอกันใหม่ครับ สวัสดีค้าบ

"บักสน"

"บักสน"

ผมเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ชอบการออกเดินทางท่องเที่ยว เริ่มจากการได้ไปทำงานด้วยเที่ยวด้วย ฟังดูเหมือน Work & Travel เนาะ งานที่ผมทำมันเปิดโอกาสให้ผมได้ออกไปนอกสถานที่ ได้เจอผู้คนใหม่ๆ เจอบรรยากาศใหม่ๆ นั่นทำให้ผมตั้งใจไว้ว่า ผมจะเดินทางเที่ยวในยามที่มีโอกาส เพื่อเป็นการให้รางวัลชีวิตแก่ตัวเองครับ

Scroll To Top