Blog, My Backpacks

สัมผัสราชินีแห่งอันดามัน ไปนอนเต็นท์กันที่เกาะรอก

ในบรรดาแหล่งท่องเที่ยวทั้งหลายในประเทศไทย ผมจะเดินทางไปเที่ยวทะเลมากที่สุด เพราะผมคิดว่าทะเลเมืองไทยนี่คือที่สุดแล้วสำหรับผม และทะเลที่ผมไปเยือนหลายต่อหลายครั้งก็คือทะเลกระบี่ครับ อย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็ยังไม่เคยไปสัมผัสเกาะที่กระบี่ครบเลย ปีนี้ผมเลยตั้งใจว่าจะไปเที่ยวกระบี่อีกครั้ง และเป็นทริปที่พิเศษกว่าปกติ เพราะผมจะไปใช้ชีวิตแบบ "ติดเกาะ" แบบไม่มีสัญญาณมือถือ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีผู้คนพลุกพล่านมากนัก มันเป็นประสบการณ์ที่โคตรคุ้มค่ามากๆ จนผมอยากจะเชิญชวนให้ทุกคนลองไปติดเกาะแบบผมดูสักครั้ง

เกาะรอกผมเคยไปมาเมื่อปีที่แล้วครับ จากบันทึกนี้ แม้ว่าครั้งนั้นผมจะประทับใจมากๆ แต่พี่ที่ไปด้วยกันก็บอกว่า นี่น้ำยังไม่ใสเต็มที่นะ ถ้าเจอช่วงที่ฟ้าเปิดเต็มที่น้ำจะใสอย่างกะสระว่ายน้ำเลย ผมได้ยินแล้วรู้สึกว่า หือ ขนาดนี่ยังไม่ใสเต็มที่ยังสวยขนาดนี้ แล้วถ้าเจอแบบใสสุดๆมันจะขนาดไหน ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าเดี๋ยวต้องกลับมาเยือนอีกแน่นอน ประกอบกับพี่ที่เกาะลันตาก็แนะนำว่า เกาะรอกในยามที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว มันเงียบสงบมากๆ และวิธีการเดียวที่จะได้สัมผัสบรรยากาศแบบนั้นก็คือต้องไป "นอนบนเกาะรอก" นั่นเอง

ทริปนี้ผมเริ่มเดินทางบินจากดอนเมืองสู่กระบี่ แล้วนั่งรถตู้ไปยังเกาะลันตาครับ เหตุผลที่ผมเลือกไปเกาะลันตาก็เพราะว่าผมมีพี่ๆที่เคารพรักอยู่บนเกาะหลายคน และผมก็ชอบเกาะนี้มากเนื่องจากมีหาดที่สวยและยังเป็นเหมือน HUB ที่เดินทางไปยังเกาะรายล้อมได้ง่ายด้วย ก็ลองคิดดูสิครับว่า ขนาดเกาะพีพี เกาะห้า เกาะรอก เกาะบลาๆ รอบนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นหมู่เกาะลันตาเลย ดังนั้นการเลือกพักที่เกาะลันตาจึงเป็นเหตุผลที่ฟังได้อยู่

ก่อนจะออกเดินทางหนึ่งวัน ผมก็ติดต่อรถตู้ให้มารับที่สนามบินครับ ราคารถตู้ที่มารับที่สนามบินและไปส่งถึงหน้าที่พัก เขาคิดคนละ 200 บาท จ่ายเงินกับคนขับรถได้เลย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1:30 - 2 ชั่วโมง เบอร์รถตู้คือ 081-606-3591

โรงแรมที่ผมพักในครั้งนี้ผมพักอยู่โรงแรมที่ไม่ไกลจากท่าเรือศาลาด่านมากนัก ชื่อว่าโรงแรม Lemonnade Boutiqe Inn ครับผม เป็นโรงแรมที่ขนาดพอเหมาะ มีสามชั้น สองตึก แต่ไม่มีลิฟต์นะครับ ใครที่มีกระเป๋าใหญ่หน่อยก็ออกแรงกันนิดนึง ห้องพักผมว่าโอเคเลยแหละ โลเคชั่นดี อินเตอร์เน็ตแรง ตรงข้าม 7-11  มีติอย่างเดียวคือห้องสุดท้ายที่ผมพัก ฝักบัวไม่ค่อยโอเค มันสูงมากไป และน้ำก็ไหลแรงแต่ไหลยิงไปยังผ้าม่านหมดครับ 55 (แต่อีกสองห้องที่ผมพัก คือดีครับ ทริปนี้ผมเดินทางไปหลายที่เลยนอนห้องพักไม่ติดต่อกัน เช็คอินเช็คเอาท์หลายรอบ)

วันรุ่งขึ้นพี่ชายที่เกาะลันตาก็ขับรถมารับผมที่หน้าโรงแรมแล้วก็ขับไปยังท่าเรือที่ Old Town ครับ อยู่ห่างออกไปพอสมควร ถ้าใครที่จองทัวร์แบบ One Day Trip เขาก็จะมีรถรับส่งมารับที่หน้าที่พักเลยครับไม่ต้องห่วง การเดินทางสะดวกสบายมาก สำหรับวันนี้ผมใช้บริการของ thefourislands ครับ เป็นเรือ Speed Boat ขนาดใหญ่มาก จุได้ 80 ที่นั่ง ซึ่งผมแนะนำว่าให้จองผ่านเพจลันตาทูเดย์ จะได้ราคาที่ถูกกว่าครับ ลองไปส่องดูได้ที่เพจนี้ครับ facebook.com/Lantatoday โดยผมจะขอติดเรือไปด้วย แล้วก็ติดเรือกลับมาในวันกลับครับ ดังนั้นแพลนของวันนี้ก็คือ

 

  • ออกจากเกาะลันตาไปยังเกาะรอก
  • ดำน้ำที่เกาะรอกกับ One Day Trip สองจุด
  • แวะมาทานข้าวเที่ยงบนเกาะรอก
  • จองเตนท์กับเจ้าหน้าที่อุทยาน
  • นอนพักบนเกาะ
  • วันรุ่งขึ้นก็ดำน้ำหน้าเกาะ
  • ตอนเที่ยงทานข้าวเที่ยงกับเรือพาเที่ยว One Day Trip
  • ขึ้นเรือไปดำน้ำอีกจุดในตอนบ่ายของ One Day Trip
  • เดินทางกลับเกาะลันตา

สำหรับที่พักบนเกาะลันตา พวกเราได้นอนเตนท์กันนะครับ แต่จริงๆแล้วบนเกาะมีทั้งเตนท์และบ้านพัก แต่ว่าการจองบ้านพักต้องทำออนไลน์มาก่อน ซึ่งพวกเราไม่ได้ทำมา ดังนั้นก็เลยจบลงที่นอนเตนท์ ผมว่าก็ดีนะครับ ประสบการณ์ใหม่ดี เพราะผมก็ไม่เคยนอนเตนท์มาก่อน นอกจากนอนสมัยเข้าค่ายลูกเสือ ฮ่าๆๆ

ค่าเตนท์ 420 บาท ต่อเตนท์ ต่อคืน ครับ มีผ้าห่ม หมอน บริการ เตนท์ก็เตรียมไว้ให้ มีห้องน้ำที่สะอาด ห้องอาบน้ำที่โอเคเลย (ห้องน้ำชายดูบ้านมาก เมื่อเทียบกับห้องน้ำหญิง เจ้าหน้าที่โคตรลำเอียง ฮ่าๆ) มีร้านค้าสวัสดิการบริการเป็นรอบด้วยครับ อาหารเย็นมีเมนูหลากหลาย แต่อาหารเช้ามีตัวเลือกน้อยมาก ผมแนะนำว่าให้ซื้อขนมนมเนย ไปเผื่อไว้ในมื้อเช้าก็ดี เพราะอย่างผมไปมีเมนูที่น่าสนใจในมื้อเช้าก็คือ "ข้าวต้มหมู/ไก่" นอกนั้นเป็นอาหารฝรั่ง American Breakfast ซึ่งมันไม่อยู่ท้องเท่าไหร่ ราคาข้าวต้มมื้อเช้า 60 บาท ส่วนราคาตอนมื้อเย็น ผมสั่งแกงข่าไก่ 130 บาท และข้าวสวย จานละ 30 บาท รสชาติใช้ได้ครับ

อ้อ เรื่องไฟฟ้า บนเกาะเขามีไฟฟ้าเปิดถึงแค่สี่ทุ่มนะครับ จากนั้นบนเกาะก็จะมืดมาก ต้องพกไฟฉายไปด้วย

เตรียมอะไรก่อนไปนอนเตนท์?

สำหรับสิ่งที่อยากให้เตรียมไปสำหรับการไปนอนที่เกาะแห่งนี้ก็คือ

  • ไฟฉาย เผื่อเดินทางไปเข้าห้องน้ำในยามค่ำคืนหลังจากที่อุทยานปิดไฟหมดแล้ว
  • ของกินแก้หิว เพราะถึงแม้ว่าจะมีร้านค้าสวัสดิการ แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พวกผมก็ไปดำน้ำด้วย หมดพลังไปเยอะมาก แล้วก็พากันหิวยามค่ำคืน กว่าร้านจะเปิดอีกทีตอนเช้าก็แปดโมงเช้า หิวกันตลอดเลยคับ
  • ยาทากันยุง เอาไปเหอะครับ นอนบนเกาะ ยุงเยอะนะ คือบางทีอาจจะไม่ได้เข้านอนทันที มัวแต่นั่งปาร์ตี้ชมวิวกันนอกเตนท์ นั่นแหละครับ ยุงจะมาหามเอาได้
  • ครีมกันแดด . เอาไปทาให้ทั่วตัวเลย แดดเปรี้ยงมาก อย่างน้อยก็กันผิวไหม้จากแสงแดด ซันเบิร์น ไม่สนุกเลยนะ เชื่อผมเหอะ
  • ผ้าเช็ดตัว หลังจากว่ายน้ำ ดำน้ำ อาบน้ำเสร็จแล้ว ก็ควรจะมีผ้าเช็ดตัวไว้เช็ดร่างกายให้แห้งด้วยสิเนาะ แต่บนเกาะเขาไม่มีบริการครับ เราต้องพกไปกันเอง
  • พัดลมขนาดพกพา อันนี้กรณีสำหรับใครที่ขี้ร้อนสุดๆ นอนเตนท์บนเกาะรอก ค่อนข้างร้อนครับผม แต่ถ้าเราชิลได้ก็ไม่ต้องเอาไปให้ยุ่งยากก็ได้
  • ที่ชาร์ตแบตทั้งหลาย อย่างที่บอกไปว่าเกาะนี้เปิดปิดไฟเป็นเวลา และไม่มีที่ชาร์ตไฟ ดังนั้นก็เตรียม Power Bank ติดตัวไปเลยก็ยิ่งดีครับ เผื่อจะได้ชาร์ตมือถือไว้ถ่ายรูป หรือไว้ติดต่อตอนกลับเข้าเกาะลันตา

เอาละครับ มาเริ่มดูบรรยากาศการเดินทาง และบรรยากาศของทริปนี้กันเนาะ อย่างที่บอกไปครับว่าผมใช้บริการ Day Trip แต่ว่าผมจะร่วมกิจกรรมกับเค้าแค่ถึงตอนกินข้าวเที่ยงเท่านั้นแล้วก็ค้างที่เกาะเลย

เราใช้เวลาเดินทางไปยังเกาะรอกประมาณ 40 นาทีครับผม เรือวิ่งเร็วมาก ระหว่างนี้ก็จะมีไกด์มาแนะนำตัว และบอกแพลนกิจกรรมต่างๆว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง โดยทริปนี้จะมีการดำน้ำทั้งหมดสามจุดครับ เป็นช่วงเช้า 2 จุด และภาคบ่ายอีกหนึ่งจุด หลังจากดำน้ำสองจุดภาคเช้าเสร็จแล้ว เรือจะวิ่งไปยังเกาะรอกเพื่อให้เราได้ทานอาหารกันที่นั่น ระหว่างที่เดินทางอยู่บนเรือพวกเราก็ออกมาเก็บภาพผืนน้ำอันกว้างใหญ่ ใช้นักท่องเที่ยวบนเรือเป็นแบบในภาพซักหน่อย

แดดยามเช้ายังไม่แรงมากเท่าไหร่ ฝรั่งก็ชอบครับ พากันเดินมาหน้าเรือ แล้วก็นั่งบ้าง ยืนบ้าง ชมวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า ทุกคนมีแววตาแห่งความสุขมากเลย สำหรับใครที่จะมายืนชมวิวที่หน้าเรือ ผมแนะนำว่าให้ถอดหมวกนะครับ เพราะว่าลมแรง มีนักท่องเที่ยวหมวกปลิวลงทะเลด้วยครับ คือทั้งเสียดายหมวก และไม่อยากให้หมวกกลายไปเป็นขยะในทะเลด้วย ยังไงก็ระวังกันด้วยเนาะ

นักท่องเที่ยวหลายคนก็มากันแบบเป็นคู่ๆ ฮือๆ มองดูตัวเอง มาคนเดียว เปลี่ยวอุรา อ้อ บอกอีกนิดครับ ทริปนี้ไม่มีผ้าเช็ดตัวให้นะครับ อย่าลืมพกกันมาเองจากบ้านเด้อ

น้องสตาฟประจำเรือในวันนี้ครับ สาวใต้คมเข้มแท้หลาว น้องบอกว่า หนูไม่อยากพูดกลางค่ะพี่ พูดแล้วทองแดงแรงนักนิ 55

ผมเองก็เดินไปท้ายเรือบ้าง หน้าเรือบ้าง เก็บภาพไปเรื่อยๆครับ ฆ่าเวลา ทริปนี้กล้องผมโฟกัสแบบออโต้ไม่ทำงานนะครับ ใช้แบบหมุนมือเอา หลายภาพก็หมุนโฟกัสหลุดไปบ้าง ต้องขออภัย ถือเสียว่าดูเอาบรรยากาศกันแทนเนาะ

และแล้วเราก็มาถึงแล้ว!! เกาะรอก ราชินีแห่งอันดามัน โอ้วมายก็อออออออดดดดดด!!! น้ำทะเลใสมาก ใสสุดๆ ใสโคตรพ่อโคตรแม่ใส แบบนี้นี่เองที่พี่เขาพูดว่า มันใสอย่างกะสระว่ายน้ำ!! ผมยืนอยู่บนเรือแล้วมองลงไป ใสจนเห็นก้นทะเลเลย ทั้งๆที่ระดับความลึกก็ลึกอยู่นะครับ โอ้โห! เห็นแล้วยิ่งประทับใจและภูมิใจในทรัพยากรของไทย มันใสแบบไม่ไหวแล้ว อยากจะกระโดดลงไปดำผุดดำว่ายเสียเหลือเกิน

นักท่องเที่ยวทุกคนต่างก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน มีเสียงฮือฮาดังกันทั้งขบวน แต่ละคนเริ่มถอดเสื้อผ้าออก ใส่ชุดว่ายน้ำตัวเอง เตรียมจะออกไปดำน้ำกัน ทริปนี้เรือมีบริการทั้งหน้ากากดำน้ำ และฟิน (ขากบ) ให้ด้วย ใครว่ายน้ำไม่เป็นก็ใช้เสื้อชูชีพได้เลยคับ แถมมีสตาฟพาว่ายดูปะการังด้วย ฟินกันไปอีก ส่วนผมเหรอะ ไม่ถอดหรอกครับเสื้อ กลัวผิวดำ ฮิๆๆๆ (จริงๆ คือผมกลัวถูกแดดไหม้มากกว่า เข็ดแล้วจากการถูกแดดแผดเผาตอนไปเที่ยวหลีเป๊ะ Sun burn ไม่สนุกนะจ๊ะ)

เอาภาพน้ำทะเลมาฝากอีก ให้ดูกันชัดๆว่ามันใสขนาดไหน เอาละครับตอนนี้ทุกคนต่างก็พร้อมแล้ว รออะไร ลงน้ำกันเล้ย!!

การใส่ฟินมันจะช่วยให้เราว่ายน้ำได้เร็วขึ้นครับ แต่โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบใส่นะครับ ผมรู้สึกว่ามันเจ็บหน้าขาอ่ะ ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนกันหรือเปล่า ผมถนัดใช้ฝ่าเท้าอันเปล่าเปลือยของตัวเองนี่แหละครับ ถีบใต้น้ำ พาตัวเองลอยตุ๊บป่องๆอยู่เหนือน้ำ

บรรยากาศใต้ทะเลครับ ปะการังก็มีเยอะเลย ปลาก็เยอะด้วยคับ พวกเราก็ดำผุดดำว่ายที่จุดแรก 45 นาที

ภาพใต้ทะเล เป็นภาพที่ได้จากกล้องของทัวร์นะครับ เขามีบริการถ่ายภาพให้ฟรีด้วยครับ แบบว่า เออดีนะ สำหรับพวกเราที่ไม่ได้พกกล้องใต้น้ำไปด้วย เที่ยวเสร็จก็รอไปโหลดรูปตัวเองจากเฟสบุคของทัวร์ได้เลย ผมว่าก็เป็นอีกหนึ่งบริการที่น่าชื่นชมครับ

ช่วงเช้าเราจะดำน้ำกันสองจุดครับ ตรงจุดที่สองผมเห็นปลาฉลามด้วย!! มันว่ายเร็วมาก ตอนนั้นก็ตื่นเต้นมาก ไม่เคยเจอฉลามมาก่อน เสียดายไม่มีกล้องถ่ายภาพใต้น้ำติดตัว แต่พี่ๆไกด์ก็บอกว่าแถวนี้ก็เจอกันบ่อยครับ ไม่น่ากลัว เราดำน้ำจุดละ 45 นาที ก็ได้เวลาที่ต้องไปเติมพลังแล้วครับ อย่างผมก็หิวมากเหมือนกัน ฮ่าๆ ว่ายน้ำมันใช้พลังงานเยอะนี่เนอะ

เรือก็พาเราไปยังเกาะรอกครับ ครั้งนี้อุทยานเค้าทำโป๊ะทางเดือนไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เรือเข้าไปจอดที่ชายฝั่ง ผมว่าดีมากๆ เพราะจะได้ไม่ทำลายปะการังที่อยู่แถวๆชายหาดด้วย แต่คำเตือนก็คือ ควรใส่รองเท้าเดินบนโป๊ะนะครับ มันร้อนมาก!!

ในตอนกลางวัน บนเกาะก็จะครึกครื้นหน่อยนะครับ เพราะบรรดาเรือนำเที่ยวทั้งหลายก็จะพากันมาจอดให้ลูกทัวร์กินข้าวกันที่นี่ ใครกินเสร็จแล้วก็ไปนอนอาบแดดยามเที่ยงเอาให้ผิวไหม้กันไปเลยจ้า ส่วนน้ำทะเลก็ใสจนแบบไม่อยากจะพูดถึงแล้ว เพราะไม่รู้จะบรรยายเพิ่มเติมอย่างไรดี

เนื่องจากทัวร์พาไปเกาะรอกที่เดินทางจากเกาะลันตาก็มีหลายเจ้าบริการ แต่ละเจ้าก็แข่งขันกันเอาใจลูกทัวร์กันสุดฤทธิ์ ซึ่งผมก็มองว่ามันดีมากครับ เพราะผู้บริโภคแบบเรามีแต่ได้กับได้ ฮ่าๆ อย่างของทัวร์ thefourisland ก็เกินหน้าเจ้าอื่นมาก เพราะขนไปทั้งอาหารมื้อกลางวัน ผลไม้ ลูกอม ขนมขบเคี้ยว กาแฟ น้ำผลไม้ คือเยอะมาก จนนักท่องเที่ยวจากทัวร์อื่นเดินมาชะเง้อมอง ดีครับดี อะไรที่ดีเราก็ชม

อาหารมื้อนี้ก็ประกอบด้วยแกงมัสมั่นไก่ ผัดผักใส่ไก่ ไก่ผัด ปลาหมึกต้ม กุ้ง ไก่ มีให้ทานกันไม่อั้นครับ บุฟเฟต์กันไปเลย ใครใครกินเยอะก็เติมได้ไม่มีปัญหา พูดแล้วก็หิวแฮะ กินข้าวเสร็จก็ตามด้วยผลไม้ตามฤดูกาล (คือมันตามไปทุกฤดู) อันได้แก่ แตงโม และสัปปะรด

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งทานข้าวอยู่ ก็ได้ยินเสียงฮือฮาจากบรรดานักท่องเที่ยว ผมเลยหันไปมองตามต้นเสียงที่ได้ยิน ก็เห็นคนพากันหยิบกล้องเอย มือถือเอย มาถ่ายรูปพระเอกบนเกาะ น้องวรนุช เดินฉุยฉายออกมาให้คนบนเกาะได้เก็บภาพ พร้อมกับแลบลิ้นให้กล้องอย่างเป็นกันเอง ตัวใหญ่ได้เรื่องเลยครับ มีความคิวท์ ฝรั่งชอบกันมาก

กินอิ่มแล้ว ก็พักผ่อนตามอัธยาศัยครับ สตาฟบอกว่าให้เราใช้ชีวิตบนเกาะนี้ได้จนถึง 13:30 น. จากนั้นก็ขึ้นเรือไปดำน้ำยังจุดสุดท้าย แต่ผมไม่ได้ไปกับเค้า เพราะว่าผมค้างที่เกาะรอกไงครับ ดังนั้นหลังจากทานข้าวเสร็จ ผมก็เลยเดินไปยังที่ทำการของอุทยาน เพื่อไปแจ้งว่า ผมจะมานอนเตนท์ที่เกาะรอกครับ เจ้าหน้าที่ก็ขอทราบชื่อ พร้อมกับเก็บตังค์ค่าเตนท์ 420 ต่อหลังครับ นอนกันได้สองคน ราคาสบายกระเป๋ามาก

นี่ครับคือสภาพเตนท์ที่ผมจะนอนกันคืนนี้ ข้างในมีหมอนมีผ้าห่มให้เรียบร้อย เตนท์ที่นี่มีราวยี่สิบหลังมั้ง ถ้าดูจากสายตา ส่วนใครที่อยากจะค้างบนเกาะแต่ไม่อยากนอนเตนท์ เขาก็มีบ้านพักรับรองนะครับ แต่ต้องจองออนไลน์แล้วปริ้นท์ใบติดตัวมาด้วย เขาไม่รับจองหน้าเกาะครับ No Walk in!

พอนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางกลับแล้ว ทั้งเกาะก็เหลือคนไม่กี่คนครับ มันเงียบสงบมากๆ ชายหาดน้ำใสสุดๆ มองเห็นปะการังตั้งตระหง่านเบื้องล่าง เสียงคลื่นที่สาดกระทบฝั่งเบาๆ เพราะวันนี้คลื่นนิ่ง จักจั่นเรไรพากันพร้อมเพรียงเปล่งเสียงออกมาขับกล่อมนักท่องเที่ยวที่เหลืออยู่ อูย มันดีเสียเหลือเกิน กิจกรรมถัดต่อจากนี้ก็เดินชมหาดกันเลย

บนเกาะก็เหลือเพียงพวกเรากับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นอีกห้าเตนท์ครับ (เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนนอนวันนี้หกเตนท์) เอาละสิ ชายหาดเป็นของเราแล้ว ลุยยย

บ้านพักในอุทยานครับ ก็ไม่ได้แย่นะ ราคาจองหน้าเว็บเหมือนจะราวๆสองพันครับผม ลองดูกันเองเนาะ แต่ผมว่านอนเตนท์ได้บรรยากาศดีไปอีกแบบ

ฉายาราชินีแห่งอันดามัน ไม่ใช่จะได้มากันง่ายๆนะครับ และเกาะแห่งนี้ก็สมควรแล้วที่จะได้รับฉายานี้ มันเลอค่า สวยเสียบางทีผมก็ยังอยากให้มันเป็นเกาะเงียบๆแบบนี้ตลอดไป เพราะผมเองก็กลัวเสียเหลือเกินว่าพอมันเริ่มดังมากๆ คนก็แห่มากันเยอะ แล้วสุดท้ายจากเกาะสวยๆก็กลายเป็นเกาะเสียๆแทน อย่าให้เป็นแบบนั้นเลยเนาะ

กิจกรรมบนเกาะพวกผมก็เน้นเดินถ่ายรูป เก็บภาพ แล้วก็ดำน้ำครับ บอกเลยครับว่าใต้ทะเลที่ชายหาดหน้าเกาะรอกเนี่ยสวยจริงๆ ยิ่งตรงที่อยู่ตรงข้ามกับจุด Safe Guard ประจำการ ทะเลตรงนั้นมีประการังเขาวางเยอะครับ ผมเจอปลาปักเป้า และปลากระเบนดำน้ำแถวนี้ด้วย และมีนักท่องเที่ยวที่นอนเตนท์ข้างๆมาเล่าให้ฟังว่าพวกเขาเจอปลากระเบนตัวใหญ่มากกก อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเกาะ

ยามราตรี พวกเราก็เอาขนมที่เตรียมไปมานั่งปาร์ตี้กันครับ กินขนมชมจันทร์อยู่บนโป๊ะ เพราะมันไม่มียุงนั่นเอง 55 พอตกดึก ผมมองไปใต้ทะเล มองเห็นแสงระยิบระยับ ตอนแรกนึกว่าตาฝาด ที่ไหนได้ มันเป็นแพลงก์ตอนเรืองแสงคับ เหมือนหิ่งห้อยใต้น้ำเลย สวยมากกกก

เช้าอีกวัน พวกเราก็เดินชมหาดกันเหมือนเดิมครับ ทานอาหารเช้ากันที่ร้านค้าสวัดิการ โดยที่อาหารมื้อเช้าผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เพราะมีตัวเลือกน้อยมาก ที่น่าสนใจก็มีแค่ข้าวต้มหมูครับ เอาเหอะ กินกันตาย 55

จากนั้นตอนเที่ยง เรือนำเที่ยวก็มาจอดเทียบท่าที่เกาะ และเราก็ทานอาหารเที่ยงกันกับเรือที่เราจะนั่งกลับนั่นแหละครับ ทริปนี้ก็ใกล้จะได้เวลาสิ้นสุดแล้วสินะ

ผมเชื่อว่า เกาะรอกนั้นนำความสุขมาให้กับผู้เดินทางมาเยี่ยมเยือนอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะมากันแบบชายหญิง

หรือจะเป็นชายชาย (จริงๆพี่เขาเป็นสตาฟบนเรือครับ จังหวะมันได้พอดี เลยเอามาสร้างสีสันบนบล็อกนิดหน่อย ฮ่าๆ)

บนเรือมีน้ำจืดให้บริการด้วยครับ ดำน้ำเสร็จก็มาล้างเนื้อล้างตัวด้วยน้ำจืดกันอีกที เรียกได้ว่าการให้บริการขาดแค่ผ้าเช็ดตัวแค่นั้นแหละครับ ถ้ามีเนี่ย ครบเลย ทัวร์ชั้นยอด

สองคนนี้เป็นเพื่อนใหม่ระหว่างเดินทางครับ สองคู่รักจากเยอรมันนีและเสปน เรานอนเตนท์ข้างๆกัน คุยกันถูกคอมาก ขอบคุณภาษาอังกฤษที่ทำให้เราสามารถสร้างมิตรใหม่ๆได้ง่ายขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ก็ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนที่ไปร่วมสร้างบรรยากาศและความทรงจำดีๆด้วยกัน ไปติดเกาะแบบตัดขาดจากเน็ต จากโซเชียล . ขอบคุณพี่ๆที่เกาะลันตาที่ดูแลประดุจดั่งญาติมิตร

และสำหรับใครที่มองหาแหล่งพักผ่อน ชอบไปเที่ยวทะเล ผมเชียร์สุดหัวใจอยากให้ไปสัมผัสด้วยตัวเองจริงๆครับ เกาะรอกนี้มันโคตรคุ้ม ไปครั้งเดียวไม่พอแน่นอน!

Leave a comment