สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการเดินทางหนึ่งปี 9 ประเทศ

April 3, 2014
Scroll Down

ผมเชื่อว่าทุกคนต่างก็มีความฝัน และความฝันของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน หลายคนฝันอยากทำโน่น มีนี่ ผมเองก็มีความฝันเหมือนกันครับ ฝันหลายอย่างด้วย หนึ่งในความฝันของผม คือการได้ออกเดินทางไปดูโลกกว้างใบนี้ ผมอยากไปสัมผัสวิถีชีวิต ไปดูความสวยงามที่ธรรมชาติสรรสร้างให้เราได้ดื่มด่ำ อยากไปประสบการณ์ใหม่ๆ มาเป็นหนึ่งในพลังชีวิตให้ก้าวเดินต่อไปอย่างมีความสุข

ผมเริ่มเดินทางตามความฝันของผมแบบจริงจังเมื่อต้นปี 2013 ครับ ผมออกเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก ไปยังดินแดนที่ผมแทบจะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันอยู่ที่ไหน ดีอย่างไร นั่นก็คือ “บาหลี” ครับ จากประสบการณ์ครั้งแรกของการเดินทางนี้ผมประทับใจมาก และผมก็เริ่มวางแผนการเดินทางไปยังที่ใหม่ๆนับตั้งแตนั้นเป็นต้นมา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านมาได้หนึ่งปีกับหนึ่งเดือน ผมได้ออกเดินทางไปเยือนมาแล้ว 9 ประเทศครับ ได้แก่

  1. อินโดนีเซีย
  2. พม่า
  3. ลาว
  4. จีน
  5. มาเลเซีย
  6. สิงคโปร์
  7. กัมพูชา
  8. เวียดนาม
  9. ไทย

ระหว่างเดินทางไปเยือนในแต่ละที่ ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง และผมอยากจะแบ่งปันว่า การเดินทางมันสอนอะไรให้ผมบ้าง


1. ผมได้รู้ว่าที่ผ่านมาผมเป็นกบในกะลามาตลอด

IMG_6636

เมื่อก่อนนั้นผมเชื่อว่าประเทศไทยเรานั้นเลิศกว่าทุกประเทศในอาเซียน เราคือศูนย์กลางอาเซียน ในประเทศเหล่านี้เราอยู่อันดับต้นๆเลย ส่วนประเทศอื่นยังพัฒนาสู้เราไม่ได้ ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆนะครับ แต่เมื่อผมได้ออกเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ ประเทศอื่นๆก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเราเลย ในหลายๆด้านเค้าพัฒนาไปมากกว่าเราแล้ว ยกตัวอย่างเช่นตอนไปพม่าครับ ผมไม่คิดมาก่อนว่าเด็กพม่าจะพูดภาษาอังกฤษได้สำเนียงเป๊ะมาก พูดคล่อง เมื่อเทียบกับเมืองไทยในย่านท่องเที่ยว เรายังพูดตะกุกตะกัก เมื่อได้ออกเดินทางทำให้ผมมองโลกใบนี้ในอีกแง่มุมหนึ่ง

  • หากผมไม่ได้เดินทางไปเวียดนาม ผมคงไม่รู้ว่าในประเทศใกล้บ้านเราก็มีทะเลทราย  ผมก็คงไม่รู้ว่าประเทศนี้ไม่ใช่สักแต่ว่ากินแต่ผักทุกมื้อเป็นอาหารหลัก
  • หากผมไม่ได้เดินทางไปประเทศจีน ผมก็คงยังยึดติดกับภาพคนจีนอันแสนได้มารยาท สันดานดิบ เมืองแห่งความชุลมุนวุ่นวาย
  • หากไม่ได้ไปอินโดนีเซีย ผมก็คงยังเป็นกบในกะลาที่เชื่อเสมอว่า ประเทศมุสลิมน่ากลัว
  • หากไม่ได้ไปกัมพูชา ผมคงไม่ได้รู้ว่าทำไมนครวัดนครธมถึงสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกและเป็นสิ่งมหัศจรรย์

จริงๆผมก็ยังเป็นกบตัวหนึ่งที่มีกะลาครอบอยู่หลายใบครับ แต่อย่างน้อยตอนนี้กะลาอีกใบก็ถูกเปิดออกไปแล้ว ทำให้ผมได้มองเห็นอะไรมากขึ้น ลดอัตตาของตัวเองลงไปได้มากขึ้น


2. การเดินทางทำให้ผมได้เรียนรู้วิธีสร้างความสัมพันธ์ในต่างแดน

IMG_2954

ปกติผมเดินทางออกนอกประเทศคนเดียวครับ แต่ก็จะมีเพื่อนในประเทศนั้นๆคอยพาไปเที่ยวบ้างในบางพื้นที่ เมื่อไปถึงต่างบ้านต่างแดน ผมได้เรียนรู้วิธีการผูกมิตร การสร้างมิตรภาพใหม่ๆ คนไทยเป็นคนที่โชคดีอยู่อย่างนึง ที่เราเป็นคนที่ยิ้มง่ายครับ รอยยิ้มนี่แหล่ะครับ ที่จะช่วยสร้างมิตรภาพได้ง่ายที่สุด

การผูกมิตรระหว่างเดินทาง เป็นอะไรที่ง่ายมากเลยนะครับ เพียงแค่เราทักทายคนนั่งข้าง อาสาช่วยถ่ายรูปให้ จากจุดเริ่มต้นง่ายๆ ก็จะกลายเป็นความสัมพันธ์อันดีงามได้ครับ ตอนไปเที่ยวที่กระบี่ ผมก็สร้างความรู้จักกับพี่ๆในท้องที่ จนทุกวันนี้กลายเป็นพี่น้องกัน ได้ออกเดินทางไปหลายๆทริปด้วยกัน ตอนไปที่พม่า ผมก็ได้เพื่อนใหม่เป็นคนขับมอไซด์พาเที่ยวครับ ตอนที่อยู่มัณฑะเลย์เพื่อนใหม่คนนี้แหละคับ คอยช่วยเหลือติดต่อโทรศัพท์เรื่องที่พักในเมืองพุกามให้ พร้อมกับต่อราคาให้ด้วย ฮ่าๆ หรือตอนไปเที่ยวโบรโม่ ก็รู้จักกับคนขับรถพาเที่ยว จนตอนนี้กลายเป็นเพื่อนกัน คุยกันประจำ และผมไม่ต้องกลัวแล้วหล่ะครับว่าถ้าผมจะไปเมืองนี้อีก แล้วผมจะไม่มีเพื่อน


3. การเดินทางสอนให้ผมรู้จักการปรับตัว

12

ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ผมไปบาหลี ผมมีปัญหาเรื่องอาหารมาก รสชาติไม่ถูกปากผมเลย อาหารแปร่งๆ ปกติผมเป็นคนกินจุ แต่สองสามวันแรกที่บาหลี ผมทานข้าวไม่เคยหมดจานเลยครับ มันเหมือนถูกบังคับให้กินอย่างไรก็ไม่รู้ และตอนไปครั้งแรก ก็รู้สึกกังวลครับ เพราะไม่เคยไปต่างประเทศคนเดียวด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป อะไรๆมันก็ดีขึ้นครับ ผมกลับมาเป็นคนกินจุเหมือนเดิม จนโดนแซวว่าเป็นคนบาหลีไปแล้วนะเนี่ย ปกติอยู่เมืองไทยผมจะนอนตื่นตอนตะวันโผล่มาแทบจะตรงหัวครับ ฮ่าๆ แต่พอไปเที่ยว เห้ย ไม่ได้นะ จะมานอนแช่ไม่ได้ ต้องตื่นแต่เช้าไปรับแสงแรกแห่งดวงอาทิตย์ มันก็ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากขึ้น (ตอนนี้ผมก็ตื่นก่อน 9โมงเช้าเกือบทุกวันแล้วนะครับ ฮ่าๆ)


4. ผมได้ฝึกฝนวิธีการถ่ายรูปมากขึ้น

IMG_3672

ปกติแล้วอยู่บ้าน ผมก็ไม่มีอารมณ์หยิบกล้องมาถ่ายรูปมากนักหรอกครับ ไม่มีฟิลลิ่งขนาดนั้น แต่พอได้ออกเดินทาง หูว์ โน่นก็อยากถ่าย นี่ก็อยากถ่าย สรุปถ่ายไปให้หมด ฮ่าๆ จากเมื่อก่อนผมก็ไม่เคยสนใจหรอกครับ กล้องถ่ายรูป เอามาทำไม เกะกะ ถ่ายไปทำไมแค่ก้อนอิฐ แต่เมื่อได้ออกเดินทาง ผมรู้เลยว่าทำไมถึงควรมีกล้องดีๆ ทำไมก้อนอิฐบางก้อนก็สมควรถูกถ่าย ผมซื้อกล้องมาใช้งานได้ประมาณหกเดือนแล้วครับ ถ่ายภาพไปเป็นหมื่นๆภาพ สวยบ้าง ไม่สวยบ้าง แต่ผมก็รู้สึกว่าพัฒนาการด้านการถ่ายรูปดีขึ้นเยอะเลยครับ


5. ผมคิดถึงคนอื่นมากขึ้น

DSC_5443

เมื่อได้ไปเห็นสิ่งที่สวยงาม ประทับใจ ผมอยากให้คนอื่นๆได้สัมผัสอย่างที่ผมเห็นนะครับ ผมรู้ครับว่าหลายคนไม่มีโอกาสได้มาเยือนด้วยตัวเอง ไม่มีโอกาสได้ออกเดินทาง เพราะผมก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว สิ่งที่ผมทำได้ก็คือการถ่ายทอดสิ่งที่ผมเห็น ผ่านเรื่องราว ผ่านภาพถ่ายที่ผมตั้งใจถ่ายภาพมาฝาก เล่าเรื่องให้อ่านครับ  ผมไม่ได้มีเจตนาถ่ายภาพมาโอ้อวดว่า เนี่ย ตอนนี้ตูอยู่นี่นะเว้ย แต่ผมถ่ายภาพเพื่ออยากให้เพื่อนของผม พี่น้องของผม และคนที่อยุ่รอบข้างผมได้เห็นไปกับผมด้วย ว่าผมไปพบไปเจออะไรมา ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนผมหรือเปล่านะ ที่เวลาดูภาพถ่ายแล้ว มันรู้สึกว่าเหมือนเราได้ไปเที่ยวกับเค้าเหมือนกัน

จริงอยู่ที่ว่าสิ่งที่ผมเอามาฝากได้ ก็เป็นเพียงแค่ภาพถ่าย ส่วนประสบการณ์นั้นต้องไปสัมผัสเอง แต่อย่างน้อยสำหรับคนที่ยังไม่มีโอกาส ผมก็หวังว่าสิ่งที่ผมถ่ายมาฝาก เขียนให้ติดตาม จะช่วยให้พวกเค้าได้ดื่มด่ำไปกับผมด้วย หรือเมื่อไปเที่ยวเป็นกลุ่ม เราจะลดความเป็นตัวเองลงไปได้มากนะครับ เพราะทริปกลุ่ม การตัดสินใจไม่ใช่มีแค่เราเท่านั้น แต่ต้องถามความสมัครใจของทุกคนในทริปด้วย นี่ก็เป็นอีกบทเรียนที่ผมได้เรียนรู้จากการเดินทาง


6. โลกใบนี้มีความสวยงามรอเราไปสัมผัส

IMG_0729

ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมอิฐบางก้อน คนถึงให้ความสนใจ ทำไมโมเมนต์บางขณะถึงดูมีคุณค่า ยิ่งผนวกกับการหัดถ่ายรูป หัดมองมุมมองที่แปลกไป มันยิ่งทำให้ผมได้เห็นว่า โลกเรานี้อัศจรรย์แค่ไหน มีความเร้นลับซ่อนอยู่ มีความอัศจรรย์ให้เราไปค้นหา แต่ละแห่งที่เราไปล้วนมีคุณค่าแห่งการไปเที่ยวชมจริงๆครับ


7. หากคุณวางแผนดีๆคุณก็เที่ยวได้อย่างสบายกระเป๋า

CollageImage

หลายคนคงมองว่าผมมีเงินถุงเงินถังไปเที่ยวลัลล้าได้หลายที่ จริงๆแล้วไม่ใช่เลยครับ ผมเองก็ไม่ได้ต่างจากคนทั่วๆไป ยังต้องทำงานงกๆ หาตังค์ใช้เช่นกันครับ เพียงแต่เมื่อเรามีความฝัน เราอยากทำอะไร เราจะเริ่มวางแผนเพื่อให้เป้าหมายเราเป็นจริงครับ ผมอยากเที่ยว แต่ไม่ได้มีเงินเยอะ ผมยิ่งต้องทำการบ้านหนักกว่าเดิม ผมวางแผนข้ามปีเลยนะครับว่า เดือนไหนไปที่ไหน ที่ราคาสมเหตุสมผลมากที่สุด ส่วนใหญ่ผมเดินทางด้วยโปรแอร์เอเชียตอนเค้าจัด 0 บาทครับ นั่นแหล่ะ ได้มาเพียบ ประหยัดค่าเดินทางได้เยอะมาก หากเราวางแผนดีๆ การใช้เงินระหว่างเที่ยวก็ไม่ได้น่ากลัวเลยครับ เที่ยวคนเดียวแต่ไม่อยากเหงา แนะนำพัก Hostel ครับ ได้เพื่อนเยอะ แถมที่พักก็สบายกระเป๋าด้วย เดี๋ยวนี้ Hostel เกรดดีๆ ราคาถูกก็มีให้ใช้บริการกันมากมายเลย


9. ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน

IMG_7515

อยู่ต่างแดน มันคือโอกาสให้เราได้ทำโน่นทำนี่ในแบบที่บ้านเราก็คงไม่มีโอกาสได้ทำ เช่น ไปเล่นเซิร์ฟ ปีนเขา นั่งกระเช้าทะลุฟ้า เดินเลียบผาด้วยสะพานกระจก  กินอาหารแปลกๆ ทั้งหมดนี้ผมได้ทำมาแล้วครับ ตอนไปเมืองจีน เป็นทริปเดียวที่เป็นทริปใจง่าย ฮ่าๆ เพราะผมเปรยๆให้เพื่อนชาวจีนฟังว่า เดือนกันยายนผมว่างแต่อยากเดินทางไปสักที่แต่ไม่รู้จะไปไหนดี เพื่อนผมคนนี้ก็เลยชวนไปเที่ยวบ้านเค้าครับ นั่นก็คือ Zhangjiajie ซึ่งผมก็ไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แต่พอ google ดูแค่นั้นแหล่ะครับ ผมก็รีบไปทำวีซ่า แล้วบินไปเลย แถมไปแบบไม่รู้อิโหน่อีเหน่ รู้แต่ว่าทำไมมันสวยขนาดนี้ ตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจไปหมด พอกลับมาบ้านแล้วถึงได้รู้ว่าไอ้ที่เราไปมันคือระดับสุดยอดของโลก ของจีน ทั้งนั้นเลย


10. ความฝันต้องมาพร้อมกับเป้าหมายถึงจะเวิร์ค

IMG_4068

หากเรามีแค่ความฝัน แต่นิ่งดูดายไม่พยายามทำให้ฝันนั้นเป็นจริง มันก็เป็นเพียงแค่การเพ้อไปวันๆครับ เมื่อมีความฝันเราต้องมีเป้าหมายว่าทำอย่างไร ถึงจะทำให้ฝันนั้นเป็นจริงให้ได้ อยากเที่ยวประเทศนี้แบบราคาย่อมเยา ทำอย่างไร ก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตั้งใจทำงานเก็บตังค์ คอยดูว่ามีโปรอะไรมาที่น่าสนใจไหม พักที่ไหน อย่างไร เดินทางแบบไหน

และสิ่งเหล่านี้คือสิบเรื่องราวที่ผมได้เรียนรู้ผ่านการเดินทางที่ผ่านมา ผมมีความสุขกับการได้ออกไปท่องโลกกว้างใบนี้ มีความสุขกับการได้แบ่งปันสิ่งดีๆที่ผมได้สัมผัสให้กับคนอื่นๆได้ดื่มด่ำไปด้วย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านการเดินทางของผมนะครับ แล้วผมจะนำเรื่องราวการเดินทางที่ผมได้มีโอกาสไปสัมผัสมาเล่าให้ติดตามกันอีกนะครับ สวัสดีครับ

EN / FR

© Copyright BackpackStory.com.

Close