เที่ยวคนเดียว – Backpack Story https://backpackstory.com แบกเป้เที่ยวรอบโลก เก็บประสบการณ์การเดินทาง Sun, 07 Dec 2014 09:10:13 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.4.13 https://backpackstory.com/wp-content/uploads/2018/06/cropped-bp-32x32.png เที่ยวคนเดียว – Backpack Story https://backpackstory.com 32 32 คู่มือแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวจีน เตรียมตัวอย่างไรบ้าง? https://backpackstory.com/what-you-need-to-know-before-travel-in-china.html https://backpackstory.com/what-you-need-to-know-before-travel-in-china.html#comments Thu, 05 Jun 2014 15:50:56 +0000 http://backpackstory.com/?p=573 ประเทศจีนนั้นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องธรรมชาติที่สวยงาม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และแน่นอนว่ามันเป็นดินแดนที่คนชอบเที่ยวอย่างผม ใฝ่ฝันอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองมากๆ แต่ด้วยความที่เวลาไปเที่ยว ผมก็จะไปทีก็เกินอาทิตย์ จึงไม่ค่อยมีเพื่อนคนไหนไปร่วมทริปได้ครับ เพราะเพื่อนบอกว่า ลางานขนาดนั้นเค้าคงเชิญออก ฮ่าๆ ชีวิตหนุ่มฟรีแลนซ์อย่างผมจึงต้องแบกเป้ลุยเดี่ยวเสียส่วนใหญ่

The post คู่มือแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวจีน เตรียมตัวอย่างไรบ้าง? appeared first on Backpack Story.

]]>
โอ้โห! บล็อกเกี่ยวกับแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองจีน 11 วัน ในราคา 18,500 บาท มีคนสนใจเยอะมาก เป็นครั้งแรกที่บทความที่ผมเขียนมีคนไลค์คนแชร์เยอะมากขนาดนี้ ซึ่งผมก็ต้องขอบคุณทุกท่านที่่ติดตามการเดินทางของผมครับ

ประเทศจีนนั้นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องธรรมชาติที่สวยงาม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และแน่นอนว่ามันเป็นดินแดนที่คนชอบเที่ยวอย่างผม ใฝ่ฝันอยากไปสัมผัสด้วยตัวเองมากๆ แต่ด้วยความที่เวลาไปเที่ยว ผมก็จะไปทีก็เกินอาทิตย์ จึงไม่ค่อยมีเพื่อนคนไหนไปร่วมทริปได้ครับ เพราะเพื่อนบอกว่า ลางานขนาดนั้นเค้าคงเชิญออก ฮ่าๆ ชีวิตหนุ่มฟรีแลนซ์อย่างผมจึงต้องแบกเป้ลุยเดี่ยวเสียส่วนใหญ่

ก่อนจะไปเมืองจีน ผมก็กังวลมากๆครับ อย่างแรกเลยก็คือเรื่องภาษา เพราะผมไม่ได้ภาษาจีนเลยเหอะ รู้จักแต่หนี่ห่าว หวั่วอ้ายหนี่ ซึ่งก็คงเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้ไม่มาก แถมคนจีนก็ไม่ได้ภาษาอังกฤษ สกิลภาษาอังกฤษเกรด A ทุกเทอมอย่างผมจึงไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเมื่อไปอยู่ที่นั่น ฮ่าๆ

อย่างต่อมาก็คือกลัวเรื่องคนครับ ฮ่าๆ ก็แหม่ ก่อนจะไปจีนรอบนี้ มีข่าวคนก่อการร้ายออกทีวีซะให้แซ่ด ผมก็ไม่ใช่แมวเก้าชีวิตเสียด้วยสิ ก็เลยแอบหวั่นๆนิดหน่อย

แต่ผมก็ไปมาแล้ว ผ่านมันมาแล้ว และประทับใจเวอร์ๆมาแล้ว จนเนื้อตัวสั่นอยากแบ่งปันความฟินให้ทุกคนได้ไปสัมผัสเหมือนที่ผมเจอ ผมจึงมาเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นแนวทางให้ครับว่า การไปเที่ยวจีนแบบแบกเป้เที่ยวเอง มันก็ไม่ได้ยากอะไรเลยนะค้าบ แค่อาศัยการเตรียมตัวแค่นั้นเอง มาดูกันครับ

IMG_0335

1. ไม่ได้ภาษาไม่ใช่ปัญหา โหลดแอพแปลภาษาลงมือถือซะ

สมัยนี้เทคโนโลยีก้าวกระโดดขนาดนี้ ใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ แอพแปลภาษามีหลายตัวให้เลือกใช้ครับ ผมใช้ของ Google Translator แล้วโหลดแบบให้มีการใช้งานแบบ Offline ด้วย ฟินเวอร์ครับ พิมพ์ภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ แล้วก็ให้มันแปลเป็นจีน ส่วนถ้าเค้าจะตอบกลับมา ก็ขอให้เค้าช่วยพิมพ์เป็นจีน มันก็จะแปลเป็นภาษาเราเอง ช่วยได้เยอะครับ

2. เตรียมรูปภาพสถานที่เด่นๆที่ต้องการจะไปไว้ให้พร้อม

บางครั้งเวลาเราถามทางคนที่นั่นเค้าก็อาจจะไม่รู้ว่าชื่อที่เราถามมันคือที่ไหน เช่น โรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่บางที่ ทางที่ดีก็คือเซฟรูปสถานที่น่ันลงในมือถือ ไอแพด หรืออะไรก็ได้ที่มันโชว์รูปได้ไว้เลยครับ เซฟแบบเห็นได้ชัดๆ มีป้ายชื่อด้วยยิ่งดี อย่าไปเซฟแบบคนถ่ายภาพมุมอาร์ตๆ เพราะบางอย่างสถาปัตยกรรมมันคล้ายกันมาก

3. เตรียมคำพูดใช้บ่อยไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

เช่น จะไปห้องน้ำ ไปสถานีรถไฟ สถานีรถเมล ราคาเท่าไหร่ ประมาณนี้ครับ จดไว้เลย แต่ถ้ามีแอพแล้วก็อาจจะไม่ต้องจดก็ได้ครับ

4. อย่าลืมไปทำวีซ่านะครับ

ข้อนี้สำคัญมาก ไปเมืองจีน ณ ตอนนี้ยังต้องใช้วีซ่าอยู่ครับ เอกสารการขอวีซ่าก็ไม่ยากครับ ปีนีี้ที่เค้าขอก็มีใบจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ ใบจองตั๋วโรงแรมที่พักตอนอยู่จีน พาสปอร์ตตัวจริง สำเนาพาสปอร์ต รูปถ่ายสองนิ้ว ครับ พร้อมกับเงินพันกว่าบาท  วีซ่าจีนไปขอได้ที่แถวๆสถานทูตจีนครับ ลงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนธรรม เดินออกประตูสถานทูตจีน

วีซ่าเมืองจีนมีอายุ 3 เดือน และสามารถใช้เที่ยวได้โดยอยู่ในเมืองจีนไม่เกิน 30 วันครับ

IMG_0472

5. ทำการบ้านเรื่องการเดินทางไว้ให้พร้อม

แม้ภาษาจะไม่ใช่อุปสรรคมากนักในการสื่อสารหากเรามีแอ๊พแปลภาษา แต่! การเดินทางเนี่ยควรประหยัดเวลาให้ได้มากที่สุดครับ ถ้ามัวแต่พิรี้พิไรกดแปลกันไปกันมา เดี๋ยวพลาดรถโดยสารไปจะยุ่งครับ การเดินทางในประเทศจีนไม่ใช่เดินทางใกล้ๆด้วย เมืองบางเมืองอย่างกะนั่งจากเชียงใหม่ไปยะลา พลาดมานี่ นั่งรอรถอีกห้าหกชั่วโมงเลยนะคร้าบ

วิธีการของผมก็คือ ผมจะวางแผนก่อนว่าผมจะไปเที่ยวเมืองไหนก่อน และวิธีการเดินทางไปได้โดยวิธีไหนบ้าง แล้วก็นั่งหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตนี่แหล่ะครับ คนเขียนรีวิวเยอะแยะมากมายเลย เสร็จแล้วก็บันทึกไว้ พอไปถึงตรงไหนไม่รู้ก็ถามคนแถวนั้นได้ครับ โดยใช้สกิลข้อทั้งหลายที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์

6. ยิ้มเข้าไว้ตอนอยู่ต่างแดน

ผมว่าคนส่วนมากอยากจะเป็นมิตรและต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเราทั้งนั้นแหละครับ คนไทยเรามีนิสัยยิ้มง่ายอยู่แล้ว ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ยิ้มทักทายเค้าไปเถิดครับ เป็นการสร้างมิตรที่ง่ายที่สุดแล้ว ผมได้เพื่อนใหม่ดีๆหลายคนก็เริ่มต้นจากการยิ้มทักทายนี่แหล่ะครับ

eric

7. กล้าถาม!

ข้อนี้สำคัญมากครับ ไปเที่ยวต้องกล้าถาม อย่าได้เหนียมอาย เพราะอยู่นั่นทุกอย่างคือสิ่งแปลกใหม่สำหรับเรา อันไหนไม่รู้จงถามครับ เค้าตอบได้ไม่ได้ค่อยว่าอีกเรื่อง ยกตัวอย่างเคสผม ตอนรอรถที่สถานีรถบัสฉางชา ตอนนั้นรอบัสไม่มา ผมก็ไปถามพนักงานขายตั๋ว เค้าก็ตะโกนโหวกเหวกมา ผมก็ฟังไม่ออกครับ ผมก็เลยถามอีกคน และคนนั้นก็ช่วยผมได้ นี่แหล่ะคับ เราต้องอาศัยความกล้าเข้าไว้ ไม่มีอะไรน่าอายเลย

8. ศึกษาประวัติศาสตร์ก่อนไปจะดีมาก

ถ้าคุณจะไปเที่ยวแหล่งประวัติศาสตร์ แนะนำให้ศึกษาประวัติของสถานที่นั้นๆ ไปเลยครับ อย่าไปคาดหวังว่าที่จีนเค้าจะมีไกด์พูดภาษาอังกฤษมาบรรยายให้เราฟัง หายากมาก! และต่อให้มีคำบรรยายภาษาอังกฤษเขียนประกอบสถานที่ แต่แม่เจ้าโว้ย พี่ท่านเอาศัพท์แบบว่าชาตินี้แทบจะไม่เคยเห็นมาใช้ ภาษาอังกฤษของพี่จีนหรู อลัง และเงิบมากครับ  ผมกล้าพูดเพราะทริปล่าสุด มีอยู่ครั้งนึงไปดูโชว์กับเพื่อนใหม่ชาวอเมริกา เพื่อนคนนี้ยังบอกเลยว่า ทำ English Subtitle ได้ป่วยมาก อ่านยากมาก ดังนั้นถ้าเราศึกษาไปบ้างก็น่าจะทำให้เที่ยวสนุกมากยิ่งขึ้นครับ ไม่อย่างนั้น ก็จะได้เห็นแค่ว่า เออ ใหญ่ดี เก่าดี แล้วไงต่อ?…

9. เข้าใจวัฒนธรรมคนจีน

ก่อนไปเมืองจีน ผมละมีทัศนคติกับคนจีนไม่ดีเลยครับ ก็เพราะเจอแกงค์ทัวร์จีนในไทย ที่ไร้การต่อแถว ขากเสลด ส่งเสียงดัง สูบบุหรี่เป็นบ้าเป็นหลัง แต่พอไปถึงแล้ว ผมก็ได้เรียนรู้ว่า เนี่ยมันคือวิถีชีวิตของพวกเค้า เค้าก็พยายามที่จะพัฒนาอยู่นะครับ พวกเด็กรุ่นใหม่ ไม่ค่อยเห็นขากเสลดตามท้องถนนแล้ว ส่วนการส่งเสียงดัง คือปกติเค้าก็พูดกันโฉงเฉงโหวงเหวงแบบนี้อยู่แล้วครับ

ไปอยู่บ้านเมืองเค้าเราต้องทำใจยอมรับสิ่งที่เค้าเป็นครับ จะได้ไม่อึดอัดจนขาดใจตายไปเสียก่อน

10. เตรียมตัวรับประสบการณ์แบบไม่คาดฝัน

ยกตัวอย่างเช่น จะเข้าห้องน้ำ ผมต้องบอกก่อนว่า เตรียมกระดาษชำระติดตัวไว้เลยครับ ห้องน้ำสาธารณะที่นั่นมันน่าสะพรึงเหลือเกิน (บางที่) และส่วนใหญ่ที่เจอคือไม่มีกระดาษชำระให้นะครับ เราต้องเตรียมไปเอง ดังนั้น ถ้าจะไปหวังเอาน้ำบ่อหน้า มันเป็นอะไรที่หวาดเสียวมาก

สิ่งที่ไม่คาดฝันที่ผมเจอคือ ไม่คิดว่าจะได้เจอห้องน้ำแบบไร้ประตูครับ ห้องน้ำสาธารณะไร้ซึ่งสิ่งปิดกั้น!! เข้าไปเนี่ย เห็นคนนั่งอึ ยืนฉี่กันเฉย แถมรางอึเป็นรางเดี่ยวด้วยครับ ทุกคนนั่งคร่อมราง อึแต่ละคนก็ไหลผ่านให้อีกคนได้ยลโฉม ประกวดอึกันว่าของใครเด่นกว่า เห็นแล้ว อ้วกแทบพุ่ง รับไม่ได้ ฮ่าๆ ดังนั้นทำใจไว้ด้วยนะคร้าบ ฮ่าๆ

IMG_0384

11. แลกเงินเป็นเงินหยวนไปเลยครับ

ผมแนะนำว่าแลกเป็นเงินหยวนไปเลยสะดวกกว่าครับ ครั้งแรกนั้นผมแลกเป็นเงินดอลลาร์ โหย หาที่แลกยากมาก แม้จะรู้ว่าในธนาคารแลกได้ แต่พวกเธอก็พูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก รักษาสกิลความเป็นจีนสูงจริงๆ ฮ่าๆ รอบนี้ผมเลยแลกเป็นเงินจีนไปเลยปรากฎว่าชีวิตง่ายขึ้นเยอะครับ แหล่งแลกเงินในไทยก็มีหลายที่ครับ ดังๆก็จะมี super rich ครับ แต่ผมแลกแถวหน้าปากซอย ฮ่าๆ เพราะเรทต่างกันไม่มากเท่าไหร่ คำนวณดูแล้ว ถ้าไปแลกซุปเปอร์ริช ค่าเดินทางไปกลับ แพงกว่าอีก ฮ่าๆ

12. เตรียมยาสามัญประจำบ้าน

ข้อนี้ไม่ว่าจะไปประเทศไหนครับ เตรียมยาสำคัญๆไว้ เช่น ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ไข้ อะไรทำนองนี้ หลายคนมักจะเจอปัญหาเรื่องท้องไส้เวลาไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ยิ่งอาหารเมืองจีนขึ้นชื่อเรื่องความจืด มัน และเผ็ด ถ้าไม่สบายขึ้นมา หาหมอที่ต่างแดนมันค่อนข้างยากครับ หลักๆ ผมจะพกพาราเซตามอล พกยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และยาแก้อาเจียนครับ

13. ทำ Check list

ปกติผมจะเป็นคนชอบทำ check list กับทุกสิ่งอยู่แล้วครับ มันมีข้อดีคือมันช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรบ้าง เช่น Check List สำหรับแพ็คกระเป๋า จะได้ไม่ลืมครับว่าพลาดอะไรไป เอาไปเอากลับครบหรือเปล่า ข้อนี้ก็แนะนำเลยครับ

และนี่แหล่ะครับ คือข้อแนะนำง่ายๆในการเตรียมตัวไปเที่ยวเมืองจีนที่ผมใช้ในการแบกเป้ลุยเดี่ยว เที่ยวเมืองจีนสนุกครับ ขอแค่เรามีความกล้าที่จะออกเดินทาง และพร้อมจะสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ขอให้มีความสุขกับการเดินทางครับ

The post คู่มือแบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวจีน เตรียมตัวอย่างไรบ้าง? appeared first on Backpack Story.

]]>
https://backpackstory.com/what-you-need-to-know-before-travel-in-china.html/feed 2
ลุยเดี่ยวเที่ยวจีน ตอนที่ 2 เที่ยวเมืองโบราณเฟิงหวง เสน่ห์ไร้กาลเวลา https://backpackstory.com/solo-travel-in-fenghuang.html https://backpackstory.com/solo-travel-in-fenghuang.html#respond Sun, 01 Jun 2014 10:08:37 +0000 http://backpackstory.com/?p=522 การเดินทางทำให้ผมได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ จุดหมายปลายทางมันสำคัญ แต่เรื่องราวระหว่างทางมีความหมายไม่แพ้กันครับ มันช่วยเติมเต็มให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากขึ้น ผมขอบคุณสำหรับทุกมิตรภาพที่ผมได้รับจริงๆ และวันต่อๆมา เรื่องราวดีๆ ก็ยังมีให้ติดตามอีกครับ หลงรักเมืองจีนแล้วครับ

The post ลุยเดี่ยวเที่ยวจีน ตอนที่ 2 เที่ยวเมืองโบราณเฟิงหวง เสน่ห์ไร้กาลเวลา appeared first on Backpack Story.

]]>
มาต่อตอนที่สองกันครับ เนื่องจากทริปนี้ไปยาวมาก ผมก็จะแบ่งเขียนเป็นตอนๆไป อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ หลังจากที่อีริคกลับบ้านไปแล้ว

จากนั้นก็นั่งรอรถครับ แต่ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมรถถึงยังไม่มา เวลาก็ใกล้แล้ว ผมก็เลยไปถามพนักงานแถวนั้น เค้าก็บอกว่าเหมือนมันยังมาไม่ถึง โอเค เข้าใจได้ แต่พอได้เวลาแล้ว ก็ไม่เห็นเค้าเรียกหรือพูดว่า Fenghuang เลย ผมเองก็กังวลใจ เห้ยเกิดอะไรขึ้น เลยเดินไปถามอีกรอบ เค้าก็พูดอะไรต้านๆเตี้ยนๆ ผมเองก็งงๆ เดินกลับมาจากงงๆ เลยสะกิดคนที่นั่งหันหลังให้ผม ปรากฎว่าเป็นตี๋หนุ่มอายุใกล้เคียงกันครับ และนี่คือมิตรภาพอีกหนึ่งน้ำใจทีผมประทับใจไม่รุ้ลืม

IMG_0335
ถ่ายภาพหน้าประตูเข้าเมืองเฟิงหวงกับ Li Hui ครับ

ตี่หนุ่มคนนี้ชื่อว่า หลีฮุ่ย เค้าบอกว่าเค้าพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก แต่เค้าก็พยายามช่วยด้วยการหยิบมือถือขึ้นมาแล้วก็ใช้แอพแปลภาษาครับ ซึ่งเค้าก็บอกว่ารถมาสาย และเค้าก็จะไปเฟิงหวงเหมือนกัน เป็นบ้านเกิดเค้าเอง ผมก็ดีใจครับ บอกว่าดีจัง เราก็นั่งคุยกันผ่านแอพแปลภาษากันจนรถมา หลีฮุ่ยเพิ่งมาจากปักกิ่ง และเชี่ยงไฮ้ เค้าจะกลับไปบ้านคืนหนึ่ง ก่อนจะเดินทางไปทำงานอีกเมืองหนึ่ง

บรรยากาศยามเช้าของเมืองเฟิงหวง
บรรยากาศยามเช้าของเมืองเฟิงหวง

หลีฮุ่ยถามผมบอกว่า จะรังเกียจไหม ถ้าจะขอนั่งด้วย ผมก็บอกว่าไม่เลย ดีซะอีกผมจะได้มีเพื่อน เค้าก็เลยขอแลกที่นั่ง และเราก็นั่งคุยกันตลอดหกชั่วโมงผ่านแอพครับ สามารถมาก นี่ถ้าคุยภาษากันได้ ผมว่าคงคุยกันถูกปากแน่ๆ

ระหว่างทางผมหิวครับ ท้องร้องจ้อกเลย หลีหุ่ยหัวเราะ แล้วบอกว่าเค้ามีอาหารนะ พูดแล้วก็ลุกไปหยิบกระเป๋าพร้อมกับเอาข้าวมาแบ่งกันกิน เป็นเหมือนเกี้ยวซ่าครับ แต่ข้างในเป็นข้าวผัด เจ๋งดีนะ ทำเป็นก้อนๆ อร่อยด้วย เค้าแบ่งกับผมคนละถุง ในหนึ่งถุงมีประมาณหกชิ้น คือแค่สามชิ้นก็อิ่มแปล้แล้วคับ เค้าให้ผมเก็บไว้ กินต่อเผื่อหิวตอนอยู่โรงแรม

IMG_0382
Snow Bridge สะพานเชื่อมหมู่บ้านทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเข้าด้วยกัน เป็นอีกจุดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากๆ

แถมไวไฟผมก็ไม่มีด้วยครับ หลีฮุ่ยบอกว่าเอาของเค้าไปก็ได้นะ แชร์กันเล่น และแบ่ง powerbank ให้ผมชาร์ตมือถือด้วย คือแบบใจดีมาก

เค้ารุ้ว่าผมมีปัญหาเรื่องซิมมือถือ หลีฮุ่ยบอกว่า รอแป็บ จะโทรหาแม่ก่อน ถามว่าโรงแรมที่ว่ามันอยู่แถวไหน แล้วก็คุยภาษาจีนอะไรไม่รู้ จากนั้นก็บอกว่า มันอยู่ในซอยนะ ผมไปเองน่าจะงง เดี๋ยวเค้าจะไปส่งผมเอง ผมก็ขอบคุณเป็นการใหญ่

IMG_0383
Snow Bridge ในอีกมุมหนึ่ง

ระหว่างทางเราแลกเปลี่ยนรูปภาพที่เราไปเที่ยวกันครับ และพอถึงเฟิงหวง หลีฮุ่ยก็โบกแท็กซี่เข้าไปในตัวหมู่บ้าน และพยายามแย่งออกตังค์อีก ผมก็บอกว่าไม่ต้องๆ ผมออกเอง หลีฮุ่ยดูอัพเซ็ทนิดๆ ฮ่าๆ

ถึงเฟิงหวงก็ประมาณ 23:30 ครับ สวยมาก หลีฮุ่ยบอกว่า รอแป็บ จะขอให้คนถ่ายภาพให้พวกเราสองคนหน่อย แล้วก็ถ่ายภาพกันพอประมาณ จากนั้นก็เดินไปส่งผมที่โรงแรมครับ เออโรงแรมลึกลับจริงๆด้วย ฮ่าๆ ก่อนจากกันเราก็ร่ำลากันคับ หลีฮุ่ยบอกว่า มีอะไรก็ส่ง QQ บอกเค้านะ ระวังตัวด้วย ผมก็บอกว่าโอเค คืนนั้นหลีฮุ่ยก็ส่งข้อความมาเตือนอีกว่า เที่ยวคนเดียวระวังตัวนะ ถ้าเข้าบาร์ก็ระวังสาวๆด้วย ฮ่าๆ ถ้าจะดีอย่าเที่ยวกลางคืน (หมายถึงผับบาร์) เลย ให้เที่ยวธรรมชาติอะไรแบบนี้จะดีกว่า

IMG_0394
แม่น้ำสะอาดมาก เพราะทุกเช้าจะมีชาวบ้านออกมาเก็บกวาดขยะที่อยู่ในแม่น้ำ น่าประทับใจมาก

วันรุ่งขั้นผมรีบตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปดื่มด่ำความสวยงามของเมืองนี้ เมืองนี้สวยเวอร์ เหมือนมาอยู่ในหนังจีนกำลังภายใน ฮ่าๆ แต่ว่ามาเที่ยวคนเดียว แหม่ ไม่มีรูปตัวเองเลยวุ้ย ผมเลยขอให้คนนั้นๆคนนี้ถ่ายภาพให้ ซึ่งก็โอเคมาก และนั่นก็เป็นอีกจุดเริ่มต้นของมิตรภาพเล็กๆระหว่างเดินทาง

มองลอดสะพาน Snow bridge ของเมืองเฟิงหวง ได้มุมมองไปอีกแบบ
มองลอดสะพาน Snow bridge ของเมืองเฟิงหวง ได้มุมมองไปอีกแบบ

ผมขอให้สองสาวที่ยืนอยู่ริมทางถ่ายภาพให้ผมหน่อย เค้าก็พูดอังกฤษไม่ได้เลย แต่ก็ใช้ท่าทางสือสารกัน จริงๆคุยกันด้วยแต่คนละภาษา ผมก็พยักหน้าเหมือนเข้าใจ จริงๆไม่รู้เลย ฮ่าๆ พอถ่ายภาพให้ผมเสร็จ เค้าก็ถามผมว่าพูดจีนไมไ่ด้หรือ (อันนี้ผมฟังออก) บอกว่าไม่ได้เท่าไหร่ ผมเป็นคนไทย เค้าก็บอกว่าโอ นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ระวังเรื่องราคานะ แพง และฝนก็ตกครับ เราเลยยืนหลบฝนด้วยกัน พอฝนเริ่มซา ก็มีแม่ค้าขายร่ม เค้าก็ถามว่า Ni Yao ma? แปลว่า ต้องการไหม? เสียงแบบว่า คุณหนูมาก ฮ่าๆ แต่งกายเรียบร้อยด้วย ดูมีสกุลรุนชาติจริงๆ ผมก็บอกว่า Wo yao yi ge. เค้าก็บอกว่างั้นมาด้วยกันเลย จะได้ไม่ถูกเค้าโกงราคา แล้วเค้าก็ต่อราคามั้งครับ ได้มาคันละ 12 หยวน และเราก็ร่ำลากัน

IMG_0407
บรรยากาศยามเช้าตรู่ของเมืองเฟิงหวง

ตอนเย็น ผมได้รับ QQ จากหลีฮุ่ย บอกว่า สนเอ้ย วันนี้พระเจ้าไม่เข้าข้างนาย เพราะส่งฝนมากระหน่ำเมืองเฟิงหวง พร้อมกับหัวเราะ ผมบอกว่า เห้ย พระเจ้าไม่อยากให้ผมร้อน เพราะอยู่กรุงเทพฯ ผมก็ร้อนพอแล้ว พระเจ้าเลยส่งความเย็นมาให้ผมต่างหากหละ แล้วก็หัวเราะกลับไป หลีฮุ่ยบอกว่า จริง พอฝนหยุดนายจะเห็นว่าเมืองนี้สวยไปอีกแบบ และก็เป็นดั่งเค้าว่าครับ สวยมาก เพราะมีหมอก มีเมฆปกคลุมภูเขา เหมือนภาพวาดเลย

สวยแบบไร้กาลเวลา ที่เมืองเฟิงหวง
สวยแบบไร้กาลเวลา ที่เมืองเฟิงหวง

ตอนทุ่มกว่าๆ QQ ผมก็เตือน มีเพื่อนที่อยู่ฉางชาส่งข้อความมาขอโทษขอโพย เป็นคนละคนกับอีริคนะครับ เพื่อนคนนี้เรารู้จักกันอยู่แล้ว ตอนแรกเพื่อนว่าจะมาเที่ยวด้วย แต่ปีนี้เพื่อนเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการของบริษัท เลยชีวิตวุ่นมาก หาวันหยุดไม่ได้ (เพิ่งมารู้ว่าคนจีนนี่การได้หยุดติดกันสามวันถือว่าเป็นสวรรค์มาก รู้สึกดีใจที่เมืองไทยมีวันหยุดเยอะ ฮ่าๆ) เพื่อนผมก็ส่งข้อความมาสอบถามว่าเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม เป็นห่วงมาก เพราะนายไม่ได้ภาษาจีนเลย ผมก็บอกไปว่า เห้ย ผมพูดจีนพื้นฐานได้แล้วนะ ฮ่าๆ จากนั้นเพื่อนผมก็แนะนำโน่นนี่นั่นอีกครั้ง พร้อมกับบอกว่าระวังตัวด้วยนะ เพื่อนดีใจที่ผมเจอแต่คนดีๆ แต่ก็ไม่อยากให้ผมประมาท

IMG_0416
ในตอนเช้าผู้คนยังไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าใดนักที่เมืองเฟิงหวง

การเดินทางทำให้ผมได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ จุดหมายปลายทางมันสำคัญ แต่เรื่องราวระหว่างทางมีความหมายไม่แพ้กันครับ มันช่วยเติมเต็มให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากขึ้น ผมขอบคุณสำหรับทุกมิตรภาพที่ผมได้รับจริงๆ และวันต่อๆมา เรื่องราวดีๆ ก็ยังมีให้ติดตามอีกครับ หลงรักเมืองจีนแล้วครับ

The post ลุยเดี่ยวเที่ยวจีน ตอนที่ 2 เที่ยวเมืองโบราณเฟิงหวง เสน่ห์ไร้กาลเวลา appeared first on Backpack Story.

]]>
https://backpackstory.com/solo-travel-in-fenghuang.html/feed 0
ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองจีน มิตรภาพมิรู้ลืม ฉางชา เฟิงหวง จางเจียเจี้ย ตอนที่ 1 https://backpackstory.com/backpack-to-travel-in-fenghuang.html https://backpackstory.com/backpack-to-travel-in-fenghuang.html#comments Sun, 01 Jun 2014 07:33:22 +0000 http://backpackstory.com/?p=509 วันแรกของผม ผมเจอเรื่องประทับใจเยอะมากตั้งแต่อยู่บนเครื่อง ซึ่งผมจะขอเล่าให้ฟังครับ เพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวดีๆที่ผมเจอมา ตอนอยู่บนเครื่องผมนั่งติดกับสองสาวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย ตามธรรมเนียมผมก็จะทักทายคนที่นั่งติดกัน เพื่ออย่างน้อยก็ได้ผ่อนคลายบรรยากาศ

The post ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองจีน มิตรภาพมิรู้ลืม ฉางชา เฟิงหวง จางเจียเจี้ย ตอนที่ 1 appeared first on Backpack Story.

]]>
ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง เพราะตื่นเต้นมากกับทริปนี้ เมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ในลิสต์ 100 สถานที่แนะนำของจีนด้วย แถมยังเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเทียนเหมินซาน จางเจียเจี้ยด้วย ซึ่งแม้สองสถานที่หลังนั้นผมเคยไปมาแล้ว แต่ผมก็ยังอยากไปเยือนอีกรอบ

ครั้งนี้ผมเดินทางไปขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองครับ เป็นการบินตรงสู่ฉางชา แถมเป็นทริปแรกที่ผมจะเดินทางลุยเดี่ยวในเมืองจีนด้วยนะครับ

IMG_0322

วันแรกของผม ผมเจอเรื่องประทับใจเยอะมากตั้งแต่อยู่บนเครื่อง ซึ่งผมจะขอเล่าให้ฟังครับ เพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวดีๆที่ผมเจอมา ตอนอยู่บนเครื่องผมนั่งติดกับสองสาวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย ตามธรรมเนียมผมก็จะทักทายคนที่นั่งติดกัน เพื่ออย่างน้อยก็ได้ผ่อนคลายบรรยากาศ สองสาวพูดภาษาอังกฤษไม่คล่องครับ แต่ก็พยายามมาก เราแนะนำตัวกัน ทั้งสองคนเป็นหมอครับ อายุยังน้อยอยู่เลย น่าจะเพิ่งเรียนจบ (จากที่ถามมา) สองสามรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อทราบว่าผมจะเดินทางไปเที่ยวเมืองจีนคนเดียว
“เมืองจีนระวังถูกหลอกนะ เป็นคนต่างชาติ เค้าจะฟันราคา” ทั้งสองพยายามบอกผมแบบนี้ ซึ่งผมเองก็เข้าใจ เพราะทุกที่เป็นแบบนี้หมด ฮ่าๆ ผมก็ขอบคุณเค้า บอกว่าผมจะพยายามครับ

IMG_0350

เราคุยกันตลอดการเดินทางบนเครื่อง (แต่สองชั่วโมงหลัง เราพากันหลับ เพราะมีแต่คนตื่นเช้า) ก่อนจะลาจากกันเราแลก QQ กันครับ และเค้าให้เบอร์โทรผมไว้ด้วย บอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรระหว่างเดินทาง โทรหาเค้าได้เลยนะ พร้อมกับแนะนำว่าซื้อซิมจริงๆแค่ 50RMB ก็เพียงพอแล้วแหล่ะ เป็นสองสาวที่นิสัยดีมากครับ นี่เป็นเรืองประทับใจเรื่องที่หนึ่ง

IMG_0363

เมื่อมาถึงสนามบิน ระหว่างที่จะเอากระเป๋าของชั้นวาง ก็มีผู้หญิงสาวจีนตัวเล็กๆคนหนึ่งเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ขอให้ผมหยิบกระเป๋าให้หน่อย ซึ่งผมก็ยินดี เค้าถามผมว่าเป็นคนไทยเหรอ? ผมก็บอกว่าใช่แล้วครับ เค้าบอกว่ามาเที่ยวกับใคร ผมก็ตอบว่ามาคนเดียว เค้าก็บอกว่า โอ ระวังตัวหน่อยนะ เพราะว่าเมืองจีนจะฟันราคานักท่องเที่ยว แหม่ว์ แต่ละคน โปรโมทประเทศตัวเองดีจัง ฮ่าๆ เค้าถามว่าจะเดินทางไปที่ไหน ผมก็บอกว่าจะไปเฟิงหวง เค้าเลยอาสาพาไปขึ้นรถบัสคับ ระหว่างนั้นเค้าก็ชวนคุยหลายๆอย่าง ผมว่าคนจีนก็นิสัยดีนะ คือคนส่วนใหญ่ที่ผมเจอเค้าก็ต้อนรับนักท่องเที่ยวดี ยิ่งมาคนเดียวเค้าก็พากันเป็นห่วง

ผมบอกว่าจริงๆแล้วมีเพื่อนจีนคนหนึ่งเค้าบอกว่าจะมารับที่สนามบิน แต่ผมก็ไม่เคยเจอตัวจริงหรอกนะครับ พอถึงทางออกก็มองเห็นหนุ่มตี๋ใส่แว่น ชูป้ายกระดาษเขียนชื่อผมอยู่ ผมก็เลยลาสาวน้อยคนนั้น พร้อมบอกว่านั่นแหล่ะคือเพื่อนของผมที่มารับครับ เราเลยจับมือร่ำลากัน

eric

ตี๋หนุ่มคนนี้เพิ่งมาฉางชาเมื่อวานครับ และก็อาสามารับที่สนามบินเลย ชื่อว่า Eric เพื่อนคนนี้พาไปซิ้อตั๋วรสบัสเพื่อไปยัง Railway station ราคา 16 หยวนนะครับ แต่เค้าก็ออกให้ผม ซึ่งผมเองก็ไม่อยากรบกวนเลย แต่แปลกแฮะ คนที่นี่มักจะต้อนรับเพื่อนด้วยการพยายามออกให้ ก็คงเหมือนตอนที่เพื่อนผมไปหาที่เมืองไทย ผมก็พยายามออกให้กระมัง

เรานั่งรถไปถึงตัวเมืองกัน ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ครับ เมืองฉางชาเป็นเมืองที่ใหญ่มาก เป็นเมืองหลวงของมณฑลหูหนาน ในตัวเมืองก็ดูเป็นเมืองครับ แลดูวุ่นๆ ฮ่าๆ

IMG_0384

เมื่อถึงที่สถานีรถไฟแล้ว อีริคก็พาผมไปทานข้าวเที่ยงก่อน เค้าก็พยายามจะออกให้ผมอีก ผมบอกว่า เห้ย อย่าเยอะ ขอออกเองบ้างอะไรบ้าง มาครั้งก่อนก็เพื่อนสปอยดีเกินจนเกรงใจจนไม่เป็นตัวของตัวเอง และถือว่าเป็นการแลกกันที่เค้าซื้อตั๋วรถให้ผม ผมเลยขออาสาเลี้ยงข้าว เราแย่งกันออกตังค์ครับ ฮ่าๆ ค่าอาหารกลางวันสองคนก็ 50 RMB ไม่ถือว่าแพง เพราะอาหารเป็นชุด กินไม่หมด เลยด้วยซ้ำ

จากนั้นก็ไปซื้อ sim card ก่อนครับ แปลกแฮะที่ร้านที่ไปมีแต่ราคาแพงๆ และผมต้องการเน้น internet จึงซื้อตัว 150RMB มาซึ่งก็โอเค ไม่ได้มายด์มาก แต่ปรากฎว่าใช้กับมอืถือผมไม่ได้! พอใส่ปุ๊บเครื่องรีสตาร์ทเองตลอดครับ งงมาก เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แต่ก็ซื้อมาแล้ว ก็เลยทำใจ เสียดายตังค์มากตอนนั้น และเราเสียเวลาอยู่ร้านซิมมือถือนานเกินไป จนอีริครู้ว่าเห้ยเวลาผ่านไปเยอะแล้ว ต้องรีบไปสถานีรถบัสซึ่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร

เรานั่งแท็กซี่ไปครับทั้งหมดก็ 23 RMB แล้วก็ไปซื้อตั๋วไปเฟิงหวง 150 RMB ครับ แต่เราพลาดรอบบ่ายสองครึ่ง ทำให้ผมต้องรอรอบห้าโมงยี่สิบ อิีริคก็ขอโทษผมเป็นการใหญ่ ว่ารู้สึกเสียใจที่ทำให้ผมต้องเสียเวลา และอีริคเองก็มีธุระต้องทำต่อในช่วงบ่าย ผมก็บอกว่า ไม่เป็นไร ผมอยู่ได้ อีริคเลยขอตัวกลับบ้านก่อน แต่สักพัก ก็เดินมาหาอีก บอกว่าอยุ่ได้นะ ผมก็บอกว่าอยู่ได้ดิ

จากนั้น Eric ก็เดินทางกลับบ้านไปครับ ผมก็นั่งรอจนกระทั่งได้เวลาที่รถบัสควรจะมาถึงแล้ว แต่ก็ไม่เห็นมีวี่แววว่าเอ๊ะ แล้วทำไมพนักงานไม่เรียกไปขึ้นรถสักที ผมก็เลยเดินไปถามพนักงานตรงจุดขึ้นรถครับ ถามเป็นภาษาอังกฤษ เค้าตอบมาเป็นภาษาจีน เป็นยังไงละ ทักษะภาษาจีนของผม เงิบสิครับ! คืออะไรหว่า? เค้าก็ตะโกนพูดเสียงดัง ผมก็เลยเดินหงอยกลับมาที่นั่งรออย่างงงๆ

แต่เพราะความกระวนกระวายใจ ยังไงก็ต้องเมคชัวร์ให้ได้ว่า รถมันมาแล้วหรือยัง ก็เลยหันไปสะกิดคนที่นั่งหันหลังให้ผมครับ (ที่นั่งรอจะเป็นแบบหันหลังชนกัน) ปรากฎว่าเป็นตี๋หนุ่มวัยใกล้เคียงกับผมครับ เขาพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก แต่ก็เฟร็นด์ลี่มากๆ และนี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่ผมจะไม่มีวันลืมอีกเรื่องเลย ซึ่งผมจะเล่าต่อในตอนหน้าครับ แล้วเจอกันครับ บอกไว้ก่อนเลยว่า ทริปนี้ ฟินที่สุด

The post ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองจีน มิตรภาพมิรู้ลืม ฉางชา เฟิงหวง จางเจียเจี้ย ตอนที่ 1 appeared first on Backpack Story.

]]>
https://backpackstory.com/backpack-to-travel-in-fenghuang.html/feed 1