My Backpacks

ลั่วหยาง – ซีอาน ตอนที่ 3 ถ้ำหลงเหมินและวัดเส้าหลิน

เราพักอยู่ในวัดไป๋หม่าซื่อทุกวัน  มีวันที่เราไม่ได้นอนที่วัดวันเดียวคือวันที่ไปซีอาน  ดังนั้นผมจึงอยู่ในฐานะเด็กวัดคนหนึ่ง 55  เวลาเช้าพระจะต้องไปฉันเช้าที่ห้องอาหารในวัดจีน  ฉันเสร็จก็ต้องมาทำวัตรสวดมนต์  ผมก็ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามพระ ถ้าไม่มีโปรแกรมไปไหนผมก็จะเล่นดนตรีอยู่หน้าโบสถ์ครับ เรียกความสนใจได้มากทีเดียวครับ  คนจีนมักจะตื่นเต้นกับอะไรที่แปลกใหม่เสมอครับ  แน่นอนครับคนจีนไม่เคยเห็นหรือได้ฟังดนตรีไทย  เวลาเล่นต้องทำใจครับว่าต้องเจอจีนมุงแน่นอน  พวกเค้าจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ  จนบางครั้งผมนึกว่า “ตูก็ไม่ใช่ตัวปะหลาดนะ ยืนฟังนั่งฟังก็ได้ไม่ต้องมุง”  DSC_1221

แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสครับ  มีคนมุงดูก็ยังดีกว่าเค้าเดินผ่านไปเฉย ๆ   พอใกล้ ๆ เพล  พวกเราก็ต้องลงครัวทำอาหารเพลครับ ก็เป็นจำพวกผัดผักครับ  แต่ก็ทำรสจัดหน่อยให้ถูกลิ้นคนไทย  บางครั้งกินผักจนเบื่อเราก็แอบไปซื้อไข่ซ่อนใส่กระเป๋าเข้าวัดมาครับ  มีครั้งหนึ่งพระจีนมาเยี่ยมท่านเจ้าคุณแล้วเดินเข้าครัวซ่อนไข่เกือบไม่ทัน

ในที่สุดก็มาถึงเช้าวันหนึ่ง ท่านเจ้าคุณสั่งให้ผมไปเที่ยวถ้ำหลงเหมินเป็นเพื่อนหลวงพี่รูปหนึ่งซึ่งยังไม่เคยไป  อันที่จริงผมไปแล้วครั้งหนึ่ง  แต่ไปอีกรอบก็สนุกดี  ไปเที่ยวโดยนั่งรถเมลล์สาย 58 จากหน้าวัดไปสุดสายที่ถ้ำหลงเหมิน ราคา 1.5 หยวนตลอดสาย (ถูกมากๆ)   ผมกับหลวงพี่นั่งไปประมาณเกือบ ๆ ชั่วโมง  ท่านเจ้าคุณโทรมาบอกว่าให้รีบลงรถเมลล์จ้างแท็กซี่แล้วรีบเที่ยวกลับมาให้ทันบ่ายโมง  เพราะจะไปเส้าหลินกัน  ก็เลยไม่รู้ว่าใช้เวลาเท่าไหร่กว่ารถเมลล์จะสุดสาย

ถ้าหลงเหมินนี้เป็นหน้าผาริมแม่น้ำ  แกะสลักพระพุทธรูปน้อยใหญ่ละลานตาไปหมด  เริ่มสร้างในสมัยราชวงศ์วุ่ย  จากพระดำริของเซียวเหวินตี้ฮ่องเต้  ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 400 ปี  จนถึงสมัยราชวงศ์ถัง  มีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร และมีพระพุทธรูปแกะสลักแสนกว่าองค์

 

DSC_0767

เราเดินชมตามหน้าผา  คูหาน้อยใหญ่แกะลักพระพุทธรูปมากมายจนดูไม่หมด  แต่ก็ต้องมาสะดุดตาเมื่อพบกับความยิ่งใหญ่และสวยงามที่หน้าผานี้ พระพุทธรูปองค์ประธานสูง 17 เมตร  งดงามสมส่วน  และจะสังเกตได้ว่าพระพักตร์อวบอิ่มคล้ายใบหน้าผู้หญิง  ว่ากันว่าเป็นใบหน้าของพระนางบูเช็กเทียน  ฮ่องเต้สตรีผู้ยิ่งใหญ่พระองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน  (แม้ว่าในยุคหลังมีพระนางซูสีไทเฮา  แต่นั่นเป็นเพียงผู้สำเร็จราชการคุมบังเหียนฮ่องเต้  แต่พระนางบูเช็คเทียนเป็นฮ่องเต้จริง ๆ ที่เป็นสตรี )  เท็จจริงไม่ประจักษ์  แต่เรื่องเล่าว่าพระนางสั่งให้ช่างแกะพระพุทธรูปองค์นี้ให้มีพระพักตร์เหมือนพระนาง

 

DSC_1000

เมื่อเราเดินไต่หน้าผาชมถ้าจนหมด  ก็เดินข้าสะพานมาอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ  พบกับความยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างที่สุด  ช่องเล็กช่องน้อยที่เห็นภายในเป็นรูปแกะสลักพระพุทธรูปทั้งหมด  ช่องใหญ่ที่อยู่ตรงกลางก็คือพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุด  จากนั้นเราก็เดินทางกลับวัดไป๋หม่าซื่อ  เพื่อเดินทางไปวัดเส้าหลิน

 

เราเดินทางไปวัดเส้าหลินด้วยรสบัสที่ท่านเจ้าคุณจ้างมาเพื่อต้อนรับอาจารย์จากคณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผมจึงได้อาศัยติดตามไปเที่ยววัดเส้าหลินด้วย  วัดเส้าหลินหางจากเมืองลั่วหยางประมาณ 2 ชั่วโมง (เดินทางด้วยรถบัส)  ตั้งอยู่ในเทืองเขาซงซาน  อำเภอเติงเฟิง  เมืองเจิ้งโจว  เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ 1500  ปี  และเป็นต้นกำเนิดวิชากังฟู   หลังจากการสร้างวัดได้ไม่นาน  มีพระภิกษุชาวอินเดียชื่อพระโพธิธรรมเถระ  หรือที่คนจีนเรียกว่าปรมจารย์ตั๊กม้อ  เดินทางมาถึง  และเห็นว่าวัดนี้มีเทือกเขาซึ่งเหมาะแก่การเจริญวิปัสนากรรมฐาน  เนื่องจากท่านนั่งวิปัสนาเป็นเวลานานท่านจึงคิดท่าบริหารร่างกายผนวกกับการฝึกสมาธิและลมปราณวิชากังฟูจึงถือกำเนิดขึ้นในวัดเส้าหลินแห่งนี้  วิชากังฟูโด่งดังมาก  ลูกศิษย์วัดหลาย ๆ คน เมื่อลาสิกขาไปแล้ว  ได้ไปเปิดสอนวิชากังฟู  ทำให้วิชากังฟูโด่งดังไปทั่วประเทศจีนและทั่วโลก  ปัจจุบันพระภิกษุในวัดไม่ได้ฝึกวิชากังฟูแล้ว  แต่โรงเรียนสอนกังฟูเปิดสอนอยู่รอบ ๆ วัดมากมาย โดยอาศัยชื่อของวัด  และมาทำการแสดงในวัดเพื่อให้นักท่องเที่ยวชม  ภายในวัดร่มรื่นและเงียบสงบมาก (ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยว)  แต่พอก้าวพ้นประตูวัดท่านก็จะพบเห็นเด็ก ๆ ฝึกกังฟูอยู่ตามโรงเรียนรอบ ๆ วัดเต็มไปหมด

 

DSC_1104

DSC_1094

DSC_1072

บรรยากาศภายในวัด

 

 

DSC_1081

DSC_1066

ครั้งหนึ่งวัดเส้าหลินเคยถูกเผาทำลายเพราะสงคราม  แต่วิหารหลังนี้และพระพุทธรูปข้างในรอดพ้นจากการทำลาย ฐานพระพุทธรูปยังมีรอยดาบและลูกกระสุนให้เห็นอยู่  วิหารนี้จึงเป็นโบราณสถานในวัดที่เก่าแก่มาก  มีอายุถึง 1500 ปี โดยประมาณ

 

DSC_1068

ภาพเขียนสีโบราณ  ภายในวิหารประธานอายุ 1500 ปี  แต่ภาพเขียนถูกเขียนพร้อมกับวิหารหรือไม่ผมก็ไม่ทราบครับ  แต่ดูจากร่องรอยแล้วก็น่าจะเป็นภาพที่เก่าแก่มากอยู่ครับ  และมีการใช้สีเพียงแดงขาวดำ  ซึ่งเป็นสีที่นิยมในงานเขียนโบราณของชาวเอเชียเรา

 

 

DSC_1108

ป่าเจดีย์  เป็นหมู่เจดีย์เก็บอัฐิของอดีตเจ้าอาวาสของวัดเส้าหลิน

 

DSC_1004

วันนี้ขอลาท่านผู้อ่านด้วยภาพการแสดงกังฟู  แล้วพบกันใหม่ตอนต่อไปครับ

 

Leave a comment