My Backpacks

ลั่วหยาง – ซีอาน ตอน 4 เมืองเก่าลั่วหยาง (ตอนจบ)

ไปอยู่หลายวันจนถึงเวลาใกล้จะกลับ  ท่านเจ้าคุณก็พาคณะเราไปลาท่านเจ้าอาวาส  ชื่อท่านยิ่นเล่อ  ท่านก็เมตตาให้ชามาเป็นของที่ระลึกแก่พวกเรา  และอีกวันต่อมาท่านเจ้าคุณก็กลับเมืองไทย  ผมเลยมีโอกาสได้นั่งรถเมลล์ไปเที่ยวเล่นด้วยตนเองในเมืองเก่าลั่วหยาง (เพราะปกติเวลาไปเที่ยวจะไปรถของวัดกับท่านเจ้าคุณ)

DSC_1227

DSC_1242

ในรูปบนคือท่านเจ้าอาวาสวัดไป๋หม่าซื่อมอบน้ำชาให้ผมครับ  รูปล่างคือท่านเจ้าคุณช้างครับท่านมอบพระให้ผม

การไปเมืองเก่าลั่วหยางนั้น  ผมนั่งรถเมลสาย 58 ฝั่งหน้าวัดประมาณ 45 นาที  ราคา 1.5 หยวน ตลอดสาย (ถูกมาก)  จะต้องผ่านเมืองใหม่ แล้วก็ผ่านวงเวียนที่มีเสาหินเลยวงเวียน 1 ป้ายรถเมลล์ก็ลงได้เลยครับ  ข้ามฝั่งถนนไปก็เห็นกำแพงเมืองเลยครับ  เข้าเมืองเก่าไม่เสียเงิน  แต่ถ้าขึ้นกำแพงเมืองเสียเงิน 30 หยวนครับ  ซึ่งไปแล้วก็ต้องขึ้นชมให้ครบครับ  เมืองลั่วหยางเป็นเมืองเก่า  เป็นที่รู้จักในเรื่องสามก๊กว่าเมืองลกเอี้ยง  เคยเป็นราชธานีของหลายราชวงศ์เช่น ราศวงศ์โจวตะวันออก  ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก  และราชวงศ์ถัง  ปัจจุบันรัฐบาลสร้างเมืองใหม่เป็นตึกให้ประชาชนอยู่อาศัย  เมืองเก่าจึงถูกทุบทำลายไปมาก  เหลือเพียงแค่โซนเมืองเก่าหลังกำแพงเมืองที่คงจะอนุรักษ์ไว้เป็น Land mark ของเมือง เมืองเก่าลั่วหยางก็ยังเหลือสถาปัตยกรรมเก่า ๆ ให้เราได้ชม  แต่วิถีชีวิตก็ต้องเปลี่ยนไปเพื่อความอยู่รอดครับ  ทุกบ้านในเมืองเก่าทำอาชีพเหมือน ๆ กัน  คือ ขายของที่ระลึก  และราคาก็ถูกกว่าหน้าวัดไป๋หม่าซื่อด้วยครับ เพราะมีร้านเยอะกว่าคงต้องแข่งขันกันขาย

DSC_1258

กำแพงเมืองครับ  ด้านบนเป็นป้อมปราการ

 

DSC_1284

DSC_1282

DSC_1267

นี่คือด้านบนของกำแพงเมือง ข้างบนมีหอกลอง หอระฆัง  และป้อมปราการต่าง ๆ ครับ  ไม่ใหญ่โตเท่าไหร่  แต่สวยงามมากครับ  รูปล่างสุดคือวิวเมืองเก่าที่ถ่ายจากบนกำแพงเมือง

จากนั้นเราก็ลงจากกำแพงเมืองมาเดินชมตัวเมืองเก่าครับ

DSC_1292

DSC_1302

DSC_1307

รูปสุดท้ายกำลังทำขนมตุ๊บตั๊บครับ  กว่าจะเป็นขนมใช้กำลังมากทีเดียวครับ  ผมจึงอุดหนุนไป 2 กล่องครับ  ที่สำคัญอร่อยด้วย

ผมก็ไม่ละความพยายามในการเที่ยวครับ  ผมก็ชวนพี่ที่มาด้วยกันนั่งรถเมลล์สาย 58 ต่อไปอีกครับ  นั่งจนเกือบจะสุดสายก็ถึงศาลเจ้ากวนอู  ราคาเข้า 45 หยวน ครับ  ผมก็ไปแบบไม่รู้อะไรมากนัก  มาหาข้อมูลทีหลังจึงได้ทราบว่าเป็นสุสานที่ฝังศีรษะของกวนอู  แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยสามก๊ก  ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์  ภายในศาลเจ้าร่มรื่นไปด้วยต้นสนเหมาะแก่การเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ  ถ้าไม่คิดว่าค่าเข้า 45 หยวนนะครับ

DSC_1312

ด้านหน้าศาลเจ้า  คืออะไรก็ไม่รู้

 

DSC_1329

เทพเจ้ากวนอูในวิหารครับ

 

DSC_1338

ผู้ที่มาสักการะต่างพากันเขียนคำอธิษฐานลงบนผ้าสีแดง ในภาพคือพี่จั๊มพ์  ครูอาสาที่ไปด้วยกันครับ

 

DSC_1340

DSC_1360

DSC_1353

นี่คือสถานที่สุดท้ายที่เราไปเที่ยวกันในทริปนี้  ผมมีความอิ่มใจที่ได้ท่องเที่ยว  ได้ไปในสถานที่ที่ไม่เคยไป  ได้ไปเห็นผู้คนและวิถีชีวิตที่ไม่เคยเห็น  ได้รู้จักกับคนที่ไม่เคยรู้จัก  ได้พบมิตรภาพดี ๆ  และนี่คือประสบการณ์ชีวิต  บางครั้งอาจพบสิ่งที่ไม่ดีบ้างแต่เราก็เลือกที่จะให้สิ่งนั้นผ่านไป  เพียงแค่เรียนรู้แต่อย่าเอาใจไปใส่มัน  แล้วความสุขก็จะอยู่กับเราไปทุกที่ทุกเวลา  สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณพระศรีสุทธิวิเทศ(ท่านเจ้าคุณช้าง)  ที่เมตตาผมทุกเรื่องทั้งให้ที่อยู่ที่กินในวัดเหมอัศวาราม  ขอขอบคุณวัดไป๋หม่าซื่อและท่านเจ้าอาวาสยิ่นเล่อเจ้าของสถานที่ให้การต้อนรับผมอย่างดี  ขอขอบคุณอาจารย์พงษ์ลดา  ธรรมพิทักษ์กุล  ที่ชวนผมไปเล่นดนตรีเผยแพร่วัฒนธรรมผมจึงได้มีประสบการณ์ดี ๆ ครั้งนี้  ขอขอบคุณเพื่อนสนที่มอบโอกาสให้ผมได้เขียนประสบการณ์การท่องเที่ยวในครั้งนี้  และท้ายที่สุดขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ  ที่กรุณาอ่านบทความอันน่าเบื่อของผมจนจบ  ผมขอกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ”  แล้วพบกันใหม่ทริปต่อไป

Leave a comment