Blog, My Backpacks

แผนที่เที่ยว แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองเฟิงหวง Zhangjiajie ฉางชา

ผมขอแทรกเรื่องราวการท่องเที่ยวด้วยแผนที่เที่ยวกันก่อนนะครับ เพราะเห็นว่ามีหลายคนเรียกร้องมาว่าอยากให้ผมช่วยเขียนแนะนำการเที่ยวสถานที่ที่ไปให้หน่อย เอาแบบละเอียดสุดๆ ไปแล้วไม่หลง ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถถ่ายทอดละเอียดได้ขนาดนั้นหรือเปล่า เอาเป็นว่าจะพยายามเขียนให้ครอบคลุมที่สุดละกันนะครับ

สำหรับการเดินทางเที่ยวเมืองจีนในรอบนี้ผมเดินทางเที่ยวโดยนั่งไปไกลๆก่อน แล้ววิ่งเข้าหาตัวเมืองนะครับ นั่นก็คือไปเริ่มต้นเที่ยวที่เมืองเฟิงหวง เสร็จแล้วมาที่ Zhangjiajie และปิดท้ายทริปที่ฉางชาครับ

โดยแผนการเดินทางของผมนั้นเป็นแบบนี้ครับ

วันที่ 1 เดินทางจากสนามบินดอนเมือง ถึงสนามบินฉางชา แล้วก็เดินทางต่อไปยังเมืองเฟิงหวง

วันที่ 2 เที่ยวเมืองเฟิงหวงภายในหมู่บ้าน

วันที่ 3 เที่ยวเมืองเฟิงหวง และภูเขารอบหมู่บ้าน

วันที่ 4 เดินทางออกจากเมืองเฟิงหวงไปยังจางเจี๋ยเจี้ย โดยรถบัส และนอนค้างที่นั่น

วันที่ 5 เที่ยวจางเจี๋ยเจี้ย เดินเล่นชิลๆ (วันนี้ฝนตกหนักมาก)

วันที่ 6 เที่ยวตัวเมืองจางเจี๋ยเจี้ย (วันนี้ฝนก็ตกหนักเหมือนกัน)

วันที่ 7 ขึ้นกระเช้าไปเขาเทียนเหมินชาน และดูโชว์ตอนกลางคืน

วันที่ 8 นั่งวินมอไซต์เที่ยวรอบเทียนเหมินชาน (ฟ้าเปิด สวยงามมาก)

วันที่ 9 เดินถ่ายภาพรอบๆ (ฟ้าเปิดอีกเช่นเคย แต่ร้อนสุดๆ)

วันที่ 10 เดินทางไปยังเมืองฉางชา เช็คอินที่โรงแรม เที่ยว Changsha Park และตลาดตัวเมือง

วันที่ 11 เดินทางไปยังสนามบิน และกลับไทย

เอาละ มาเริ่มต้นกันแบบถี่ยิบเท่าที่ผมจะคิดได้นะครับ ฮ่าๆ อย่างแรกเลยก็ให้เราทำการจองตั๋วเครื่องบินไปก่อนครับ อย่างของผมก็จองของสายการบิน Airasia เพื่อบินตรงไปยังเมืองฉางชา ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครับ ผมแนะนำให้นั่งที่นั่งฝั่ง A B C จะได้ไม่โดนแดดส่อง แต่ถ้าไม่มายด์ก็นั่งที่นั่งตรงไหนก็ได้ครับ และแนะนำให้ซื้ออาหารบนเครื่องไว้เลย ประหยัดกว่าไปซื้อตอนอยู่บนเครื่องอีกครับ เพราะบินเช้า ยังไงเราก็ควรจะได้กินข้าวครับ

map

เมื่อไปถึงสนามบินฉางชา ก็ให้เราเดินไปเรื่อยๆ จนถึงจุดตรวจคนเข้าเมือง ไม่มีอะไรมากครับ แป็บเดียวก็ผ่าน แล้วก็เดินมายังทางออก จะเห็นป้ายภาษาอังกฤษ เขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นจุดขายตั๋ว (ผมไม่มีรูปประกอบ แต่หาไม่ยากครับ) เอาละต่อไปคือสเต็ปการเดินทาง


 

1. ทำการซื้อตั๋วไปยัง West Bus Station ครับ โดยการนั่ง Airport Bus ราคาตั๋ว ณ วันที่ผมซื้อคือ 29.5 หยวนครับ ซื้อแล้วก็ไปขึ้นรถบัสได้เลย ในหมายเลขตั๋วอาจจะไม่มีที่นั่งบอกนะครับ ก็รีบๆขึ้นไป นั่งตรงไหนก็ได้ครับ ใช้เวลาในการเดินทางจากสนามบินไปยังสถานีรถบัสประมาณ 45 นาทีครับผม


 

2. เมื่อถึง West Bus Station ให้เราไปซื้อตั๋วเพื่อไปเมืองเฟิงหวงครับ ราคา 150 หยวน ซึ่งระยะทางจากสถานี้ไปยังเมืองเฟิงหวงใช้เวลาประมาณ 5.30 ชั่วโมง (แต่ถ้าอยากจะไปจางเจี๋ยเจี้ยเลยก็ซื้อที่สถานีเช่นเดียวกันครับ) ระหว่างนี้แนะนำให้ซื้อน้ำซื้ออาหารพกไปด้วยก็ดีครับ เพราะนั่งรถนานมาก เผื่อหิวครับ เข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อยด้วยเด้อ อ้อ! ห้องน้ำสาธารณะที่สถานีนี้เป็นแบบส้วมจีนในตำนาน นั่นก็คือ ห้องน้ำไร้ประตู และรางอึเป็นรางเดียวใช้ร่วมกัน เวลานั่งทำธุระก็จะเห็นก้นของคนอื่น และอุนจิลอยผ่านหน้าไปด้วยครับ สยองจริงๆ


 

3. เมื่อถึงสถานีรถบัสเมืองเฟิงหวง เราจำเป็นต้องนั่งรถเข้าไปในหมู่บ้านอีกนะครับ ค่ารถแท็กซี่ไม่เกิน 10 หยวนครับ ซึ่งเค้าจะมาส่งเราที่หน้าประตูทางเข้าเมืองเฟิงหวง ดังรูปภาพข้างล่าง

IMG_0335

4. ซื้อตั๋วเข้าเมืองเฟิงหวง ราคา 148 หยวนครับ มันมีแบบแพลน A แพลน B ด้วย เพื่อนที่เป็นคนเฟิงหวงแนะนำว่าให้ซื้อแบบ A คุ้มค่ากว่า ก็ซื้อไปครับ


 

5. ที่พักก็พักตามที่เราจองไว้ครับ อย่างที่ผมไปพักคือโรงแรม FengHuang Old Town International Youth Hostel ครับ ผมจองไว้สองคืนก่อน ราคา 176.40 หยวน ทางเข้าโรงแรมค่อนข้างลึกลับหน่อย เพราะอยู่ในซอย แต่เราสามารถส่งเมลหรือโทรบอกให้สตาฟมารับเราที่ประตูทางเข้าก็ได้นะครับ เค้าบริการดีมากเลย นัดแนะกันให้เรียบร้อยว่าจะไปถึงกี่โมง แต่งกายอะไรยังไง สองคืนแรกผมพักห้อง single bed room ครับ ห้องก็นอนได้สบายสำหรับคนเดียว มีเครื่องทำน้ำอุ่น มีทีวีให้ แต่เครื่องทำน้ำอุ่นใช้เวลานานมากกว่าจะอุ่นครับ และห้องน้ำในตัวแต่เป็นห้องน้ำแบบนั่งยองๆสไตล์จีน สะอาดแต่ก็มีกลิ่นครับ คืนที่สามผมเลยย้ายไปแบบ Deluxe แทน ห้องใหญ่กว่ามาก สะอาดกว่ามาก และเครื่องทำน้ำอุ่นก็เป็นระบบใหม่ ร้อนทันใจดีครับ ห้องน้ำเป็นแบบชักโครกแล้ว สะอาด คืนละ 158 หยวนครับ ที่พักที่นี่สถานที่ตั้งผมว่าโอเค เงียบสงบ ใกล้แม่น้ำ ใกล้แหล่งขายของกิน สตาฟน่ารัก แต่ Wifi ในห้องพักไม่ค่อยเสถียรครับ ต้องมาใช้ที่ล็อบบี้ แต่โดยรวมก็ชอบมากครับ

บรรยากาศยามเช้าของเมืองเฟิงหวง

บรรยากาศยามเช้าของเมืองเฟิงหวง


 

6. เที่ยวกันเรียบร้อย ก็จะไปต่อที่เมือง Zhangjiajie โดยให้ซื้อตั๋วรถบัสรอไว้ก่อนเลยครับ ซื้อที่่โรงแรมก็ได้นะครับ อย่างที่ผมพักเค้าก็มีบริการขาย ราคาก็มาตรฐานครับ คือ 70 หยวน แต่ว่าเราจะได้เป็นตั๋วกระดาษมาก่อน ต้องเอาไปแลกที่สถานีรถบัสเพื่อเอาตั๋วจริงอีกที แนะนำให้ไปก่อนรถออกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เพราะบางทีคนต่อคิวซื้อตั๋วเยอะมาก ตอนผมไปนั้นต้องเอาตั๋วไปแลกตั๋วจริงที่ช่องหมายเลข 4 ครับ


 

7. นั่งรถชมวิวหรือไม่ก็จะหลับพักผ่อนก็ได้ตามอัธยาศัย เพราะว่าใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครับ แต่ถ้าหากต้องการไปด่วนมากๆ เค้าจะพาขึ้นทางด่วน แต่จะเก็บค่าโดยสารเพิ่มคนละ 8 หยวนครับ จะย่นเวลาเดินทางเหลือแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แล้วรถจะพาเรามาส่งถึงสถานีรถบัสของ Zhangjiajie เลยครับ สังเกตเห็นง่ายๆ เพราะมันจะมีกระเช้าลอยฟ้าลอยผ่านอยู่ตลอดเวลา ถ้าเริ่มเห็นกระเช้า ก็นั่นแหล่ะ แสดงว่าจะถึงแล้ว เตรียมตัวลง


 

8. เดินทางไปยังที่พักที่จองไว้ครับ ผมจองของ Zhangjiajie Yijiaqin Hotel เป็นโรงแรมที่ทำเลดีมากครับ อยู่ใกล้จุดขึ้นกระเช้า ใกล้สถานีขนส่ง ใกล้จุดไปดูโชว์ และที่สำคัญเจ้าของใจดีมาก ให้คะแนนทะลุโลกไปเลยครับ ผมไปนอนที่นี่เป็นอาทิตย์ ค่าที่พักคืนละ 128 หยวนครับ ที่พักอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถบัสเลยนะครับ เมื่อเราไปถึงสถานีรถบัสแล้ว เดินออกมาที่ทางออกเลย จะเห็นเหมือนวงเวียนอยู่ด้านหน้าครับ ขวามือคือสถานีถไฟ ให้เราเลี้ยวซ้าย เดินเลียบถนนไปเรื่อยๆเลยครับ  เดินชิดขอบซ้ายไว้ตลอดเลยนะครับ มันจะบังคับเลี้ยวของมันเอง ซึ่งเมื่อเราเดินไปสักพักก็จะผ่านทางเข้าที่รถบัสวิ่งเข้าไปจอดส่งเรา นั่นหมายความว่าใกล้จะถึงที่พักแล้วครับ เดินต่อไปอีกนิด สังเกตฝั่งตรงข้ามครับ จะมีเป็นซอยเข้าไป ซอยแรกเลยครับ จริงๆมันก็มีแค่ซอยเดียวนั่นแหล่ะ ฮ่าๆ ข้ามถนนไปยังซอยนั้นแล้วเดินไปเลยครับ โรงแรมอยู่ตรงนั้นเลย ถ้าไม่แน่ใจก็ถามคนแถวนั้นเลยครับ เอาชื่อโรงแรมภาษาจีนให้เค้าดูเน้อ


 

9. ถ้าหากว่าคุณมีเวลาเที่ยวไม่เยอะ แนะนำว่าคืนนี้ให้คุณซื้อตั๋วไปดูโชว์ Zhangjiajie Fox Show ที่กำกับการแสดงโดยจางอี้โหม่ว์ครับ ซื้อผ่านโรงแรมจะได้ราคาถูกกว่า ราคาอยู่ที่ 160 หยวนครับ บางที่อาจจะถูกกว่านี้ แล้วแต่ว่าซื้อกับใคร ซึ่งถ้าหากคุณเก่งภาษาจีนจะซื้อออนไลน์ก็ได้นะครับ แต่ทีนั่งมันก็แตกต่างกันออกไป ผมซื้อจากที่โรงแรมนี้ ได้ที่นั่งโอเคมากครับ โชว์นี้ผมแนะนำว่า “ต้องไปดู” มาซะไกลขนาดนี้แล้ว อย่าไปเสียดายตังค์ห้าหกร้อยครับ ไปดูแล้วคุณจะรู้ว่ามันคุ้มสุดคุ้มที่คุณจ่าย แค่ชื่อผู้กำกับก็การันตีผลงานไปเกินครึ่งแล้ว ขนาดผมไปดูสองรอบ ยังประทับใจไม่หาย  เมื่อคุณซื้อตั๋วกับโรงแรม เค้าจะมีรถมารับส่งครับ รอที่โรงแรมเลย รถจะมาเวลาประมาณ 19:30 น. ระหว่างนี้ก็ทานข้าวเย็นให้เรียบร้อยเลยก็ดีครับผม


 

10. วันต่อมา ดูที่สภาพอากาศครับ ถ้าอากาศแจ่มใส ให้คุณไปขึ้นกระเช้าไปยังภูเขา Tianmenshan หรือที่เรียกๆกันว่าประตูสวรรค์ครับ ซื้อตั๋วกับเจ้าของโรงแรมนั่นแหล่ะครับ ราคาประมาณ 240 หยวน ซึ่งก็ถูกกว่าถ้าไปซื้อเอง เจ้าของโรงแรมใจดีมากๆ เค้าก็จะพาคุณไปยังจุดขึ้นกระเช้า ซึ่งอันที่จริงก็เดินเล่นได้ครับ ไม่ไกลเท่าไหร่ เดินประมาณ 20 นาที ก็ถึง หลักการเที่ยวก็คือ ให้เรานั่งกระเช้าไปจนถึงจุดสิ้นสุดครับ อย่าเพิ่งลงจนกว่าจะถึงจุดสุดท้ายของกระเช้า เพราะแนะนำให้ไปดื่มด่ำบรรยากาศบนยอดเขากันก่อน ไปเดินบนสะพานกระจก วัดความท้าทาย กระเช้านี้ยาวที่สุดในโลกด้วยครับ คุณจะได้พบกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ สมกับระดับ 5A ของประเทศจีน แนะนำให้เดินชมกันให้เต็มที่ ถ่ายรูปกันให้เต็มอิ่ม เพราะไม่ใช่ว่าจะมาได้ง่ายๆ

ถ้าต้องการเดินบนสะพานกระจก จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่ารองเท้าผ้าด้วยนะครับ มูลค่า 5 หยวน ก็จ่ายไปเหอะครับ ฮ่าๆ แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ ฟินไปเรื่อยๆ จนถึงวัดเทียนเหมินซาน แถวนั้นก็จะมีจุดกระเช้าเปลือยให้เรานั่งไปยังวัดที่อยู่บนยอดเขาครับ กระเช้านี้จะเป็นแบบนั่งห้อยขา ดูหวาดเสียวดี แต่ก็ปลอดภัยครับ ถ้าเราไม่เล่นพิเรนทร์ เช่น ทดสอบกระโดดลงจากระเช้า ผมก็ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นั่งไปเรื่อยๆ ก็จะถึงจุดชมวิวและวัดที่อยู่บนนั้น เข้าไปเลยครับ ไปดูความอลังการงานสร้างของบรรพบุรุษคนจีน ที่สร้างอะไรได้ใหญ่โตขนาดนี้ องค์พระใหญ่เต็มวัด เห็นแล้วจะทึ่ง อึ้ง และขนลุกในความสามารถของคนรุ่นบรรพชน อ้อ ค่ากระเช้านั่งขึ้นไป ต้องจ่ายอีกคนละ 25 หยวนนะครับ จุดซื้อตั๋วจะมีร้านอาหารขายของด้วย ใครหิวก็ไปทานอาหารที่นี่ได้ครับ ราคาค่าอาหารก็แปรผันตรงตามระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล เข้าใจตรงกันนะ ฮ่าๆ

IMG_1967

ชมพระเสร็จแล้ว ดูเวลาด้วยครับ เรายังเที่ยวไม่หมด เพราะต้องไปยังประตูสวรรค์อันลือชื่อ ว่าสวยงามยิ่งนัก ให้เราเดินไปลงลิฟต์ที่อยู่บนจุดสูงสุดนั่นแหล่ะคับ ลิฟต์จะพาเรามาส่งจุดนั่งกระเช้าย้อนกลับไปยังตัวเมือง ซึ่งเราก็นั่งมา แล้วมันจะถึงกลางทาง ตรงนั้นแหล่ะครับ รีบลงเลย เพราะเป็นจุดไปต่อรถบัสไปยังประตูสวรรค์ ไม่ต้องจ่ายตังค์นะครับ รถบริการฟรี ใช้เวลาไต่เขาประมาณ 30 นาทีก็ถึงทางขึ้นประตูสวรรค์แล้วครับ

เมื่อถึงทางเดินเข้าประตูสวรรค์ ต้องฟิตร่างกายกันหน่อยนะครับ บันได 999 ขั้นมันไม่ใช่เล่นๆ ยิ่งสูง บันไดยิ่งถี่ ปวดน่องกันมาหลายคนแล้วครับ ผมแนะนำว่าอย่ารีบร้อน เดินไปพักไปดีกว่า วิวระหว่างทางสวยงามยิ่งนัก แต่พอไปถึงข้างบน ผมก็ว่าเฉยๆ นะ ฮ่าๆ มันเป็นจุดให้เอาไว้ถ่ายภาพกับคนรัก ใช่สิ ก็ผมไปคนเดียว ไร้คนรักนี่นา ฮ่าๆ ดื่มด่ำเสร็จแล้ว ก็ลงมาซึมซับบรรยากาศข้างล่างต่อครับ ที่นั่นก็จะมีระเบียงกระจกด้วยเหมือนกัน จงเดินดูให้ทั่วครับ มีอะไรให้ดูเยอะมาก หลายคนไปแล้วรีบร้อน ขึ้นไปแล้วก็รีบลงมานั่งรถบัสกลับ แหม่ ผมไม่ค่อยแนะนำการเที่ยวแบบชะโงกครับ ค่าตั๋วแพงจะตาย ควรอยู่ให้คุ้ม แต่ก็อย่าคุ้มจนลืมดูเวลากระเช้าปิดนะคร้าบ (ปิดหกโมงเย็น)

ได้เวลาอันสมควรก็ให้เรานั่งรถบัสไปยังจุดขึ้นกระเช้าครับ แล้วก็นั่งลงมายังตัวเมือง ชิลๆครับ ถ่ายภาพอัดวีดีโอวิวระหว่างทางอะไรก็แล้วแต่เห็นสมควร หนึ่งวันสำหรับกิจกรรมเที่ยวเขาเทียนเหมิน ครับ

IMG_1700


 

11. วันรุ่งขึ้น ไปเที่ยวหุบเขาอวตารกันครับ แหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A เหมือนกัน จะย้ายโรงแรมไปนอนแถวๆนั้นก็ได้นะครับ หรือจะนอนที่เดิมแล้วนั่งรถบัสไปก็ได้ เนื่องจากผมเคยไปมาสองครั้ง จึงจะพูดถึงทั้งสองอย่างนะครับ เริ่มต้นด้วยการนอนที่เดิม แค่อาศัยไปเที่ยวที่นั่น ให้เริ่มต้นด้วยการตื่นแต่เช้า แล้วไปซื้อตั๋วไป อู่หลิงหยวน ครับ ราคาตั๋วรถ 12 หยวนแค่นั้นเอง และใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึงจุดเข้าไปยังอุทยาน เราต้องซื้อตั๋วอุทยานอีกครับ ราคา 248 หยวน แต่ใช้งานได้สามวัน ฟินกันให้สุดๆ แนะนำให้เดินครับ เดินกันทั้งวันนั่นแหล่ะ เที่ยวที่นี่มันต้องเดินถึงจะฟิน อารมณ์เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกหนังจีน ภูเขาอะไรรูปร่างแหวกแนวดีแท้ ต้นไม้ก็ร่มตื่น ลำธารก็เย็นมาก เดินไปยังจุดต่างๆ ซึ่งวันเดียวเดินไม่พอหรอกครับ ก็เลือกดูว่าจะไปตรงไหนก่อน ข้างในอุทยานเค้ามีรถบัสรับส่งครับ มีแผนที่เที่ยวด้วยก็ดี แจกฟรีที่โรงแรมครับ ขอได้ ทีนี้หากใครประสงค์อยากจะขึ้นลิฟต์แก้วริมหน้าผา ก็ขึ้นไปเลยครับ ผมจำราคาตั่วไม่ได้แฮะ เพราะอันนี้ไปใช้บริการเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่น่าจะแพงมากครับ

แล้วก็นั่งกระเช้าลงมา เสร็จจากนั้นหากมีเงินเหลือ ก็ไปต่อที่ถ้ำมังกรเหลืองอะไรนี่แหล่ะคับ (ผมไม่ได้ไป ไว้ไปเก็บเกี่ยวใหม่)

ต่อมามาดูแบบย้ายโรงแรมบ้างครับ วิธีนี้เป็นวิธีเมื่อปีที่แล้วของผมครับ คือก็ซื้อตั๋วเข้าอุทยานแล้วก็ไปพักกับบ้านชาวบ้านในตัวหุบเขาที่เค้าเปิดให้เป็นที่พัก ตอนนั้นใช้บริการห้องพักอาม่า สถานที่ดี หนาวเย็นได้ใจ ห้องพักราคาถูก คืนละ 80 หยวน แต่ว่าเครื่องทำน้ำอุ่นร้ายกาจมาก ลวกไข่แทบสุกครับ ฮ่าๆ เป็นแบบระบบเก่า มีฮีทเตอร์ด้วย แต่ต้องซื้อเพิ่ม 80 หยวนได้แค่ค่าห้องนอนครับ ฮ่าๆ พวกผ้าเช็ดตัวอะไรเนี่ย ซื้อครับ อาม่าาาาา แต่ถามว่าคุ้มไหม ผมก็ว่าคุ้มนะ นอนชิลๆกลางหุบเขา ไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสแบบนี้ได้บ่อยๆเสียเมื่อไหร่


 

12. วันต่อมาถ้ายังมีวันเหลือในการเที่ยวจางเจี๋ยเจี้ย ผมแนะนำว่าให้ไปเที่ยวรอบๆเทียนเหมินซานครับ มันมีที่เที่ยวเยอะมากกว่าที่รู้จักในใบโปรโมท อาทิเช่น ปราสาท Tusi Castle ที่โดดเด่นอยู่ในใจกลางเมือง ค่าเข้าชม 120 หยวน แต่ก็อย่างที่บอกครับ มันคุ้มมาก จ่ายไปเหอะ แล้วก็มีตรงที่ผมถ่ายภาพที่เป็นน้ำใสๆ ตรงนั้นจะมีบริการล่องเรือด้วยนะครับ แต่ผมไม่ได้ใช้บริการ แอบเสียดาย เห็นไหมครับ ตอนนั้นไม่ใช่ พอกลับมาแล้ว ก็เสียดาย ฮ่าๆ สำหรับวันนี้ผมเที่ยวโดยใช้บริการคนขับมอไซต์แว้นซ์พาเที่ยว เค้าคิดวันละ 200 หยวนครับ ราคาอาจจะถูกลงกว่านี้ก็ได้ถ้าใครมีสกิลในการต่อรองราคา แต่ผมต่อไม่ค่อยเป็นได้แค่นี้ก็คิดว่า ก็คุ้มนะ เมื่อเทียบกับสถานที่ที่เค้าพาผมไปดู เพราะมันเปิดโลกทัศน์ให้ผมเยอะเลยครับ ไม่อย่างนั้นผมก็คงเข้าใจแค่ว่า เมืองนี้มีแค่อู่หลิงหยวน กับเทียนเหมินซาน

IMG_2694

ในตอนเย็นอาจจะอยากไปดูความเป็นเมืองของเค้าก็ได้ครับ นั่งรถเมลหน้าสถานีรถไฟ หมายเลข 6 ราคาค่ารถ 1  หยวนครับ นั่งไปประมาณสิบนาที ก็จะถึงย่านถนนคนเดิน แต่ถามว่ามันมีอะไรไหม มันก็เหมือนเมืองทั่วๆไปครับ ระวังนะครับรถเมลที่นี่วิ่งแค่ถึงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เที่ยวเพลินเดี๋ยวไม่มีรถกลับเด้อ

IMG_2004


 

13. เตรียมตัวกลับบ้านกันหรือยังเอ่ย? อย่าเที่ยวเพลินจนลืมไปว่า สนามบินอยู่ห่างจากพวกเราอีกหลายร้อยกิโลเมตรนะครับ เราจำเป็นต้องไปแสตนด์บายรอขึ้นเครื่องที่ตัวเมืองฉางชา เมืองหลวงแห่งมณฑลหูหนาน วิธีการไปก็นั่งรถบัสนั่นแหล่ะครับ ค่าตั๋ว 94 หยวน เค้าก็จะพาเราไปส่งที่West Bus Station จุดที่เรานั่งรถไปเฟิงหวงนั่นเอง สำหรับตรงจุดนี้เราจะไปยังที่พักของเราจะนั่งรถเมลก็ 2 หยวน นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินก็ตามจำนวนสถานี หรือจะนั่งแท็กซี่ก็ได้ครับ สำหรับที่พักของผมพักนั่น ผมจำไม่ได้ครับ เพราะอาตี๋อาสามารับและพาไปส่ง แต่ผมก็ไม่แนะนำที่พักที่ผมไปพักในเมืองนี้เท่าไหร่ครับ มันแลดูไกล และ Wifi ไม่ค่อยโอเค (แต่เค้ามีสายแลนให้นะครับ เหมาะสำหรับคนพกคอมไป แต่ถ้าไม่มี ก็เซ็งหน่อย ฮ่าๆ)

IMG_2007

สถานที่เที่ยวในเมืองฉางชา ที่ผมไปก็มี Lieshi Park Monument Changsha ครับ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่ผมพักเท่าไหร่ ข้างในเป็นเหมือนอนุสรณ์สถานระลึกบรรดาผู้สูญเสียในสงครามอะไรนี่แหล่ะครับ เป็นภาษาจีนอ่านไม่ค่อยออก ฮ่าๆ มีทะเลสาบใหญ่ในสวนนี้ด้วย และที่ชอบมากๆคือมีเครื่องเล่นสวนสนุกด้วยครับ! พวก Extreme Machine มีให้เลือกเล่นหลายอย่าง ซึ่งผมชอบมาก และลองทุกอันที่มันเปิด ชอบมากกว่าตอนไป Universal ที่สิงคโปร์เสียอีกครับ ฮ่าๆ เล่นจนแทบจะอ้วก ท้องไส้บิดตัวเป็นเกลียว ค่าตั๋วก็ไม่ได้แพงมากครับ อย่างละ 15-25 หยวน แล้วแต่เครื่องเล่น


 

14.  เตรียมตัวไปยังสนามบิน ผมนั่งรถวินมอไซต์ไปที่ Houchezhan แปลว่าสถานีรถไฟครับ ค่าวิน 18 หยวน ไปถึงแล้วให้เราไปซื้อตั่ว Airport bus เพื่อนั่งไปยังสนามบิน ค่าตั๋ว 16.5 หยวนครับ จุดซื้อตั๋วจะเขียนไว้เลยว่า Station for Bus Airport บนป้ายสีน้ำเงิน อยู่ด้านหลังรถบัสนั่นแหล่ะครับ ระหว่างที่อยู่นี่ก็จะมีคนมาเสนอโน่นนี่นั่นให้ ไม่ต้องสนใจครับ เราจะนั่งรถบัสอย่างเดียว ฮ่าๆ แล้วก็ใช้เวลาไปถึงสนามบินประมาณ 45 นาทีเช่นเคย


 

15. เมื่อถึงสนามบินแล้วก็ทำการเช็คอินอะไรให้เรียบร้อย สนามบินมีบริการไวไฟฟรี แต่ต้องใช้เบอร์จีนในการ activate account ครับ ผมได้แต่กรีดร้องโหยหวน เพราะไม่มีเบอร์ (จริงๆซื้อซิมนะ แต่มันใช้ไม่ได้กับโทรศัพท์ผม ไม่รู้ทำไม) เลยขอความช่วยเหลือจากคนขายของใน Duty Free โชคดีเค้าใจดีมาก ใช้เบอร์เค้ารับรหัสผ่านให้ ก็เลยเล่นเน็ตได้ สบายใจเลย อ้อ ที่นี่มีจุดให้ชาร์ตแบตมือถือ ไอแพด คอมพิวเตอร์ ครบครันครับ บริการดีมากๆ ดีกว่าสนามบินดอนเมืองเหอะอย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยครับ เห็นบ้านเมืองเค้าแล้วก็อดอนาถใจกับบ้านเมืองเรา ที่มีแต่ปัญหาทะเลาะกัน เห้อ

16. นั่งรอเค้าเรียกขึ้นเครื่อง แล้วก็กลับบ้านโดยสวัสดิภาพ พร้อมกับได้ประสบการณ์เต็มอิ่มกลับมาครับ

Leave a comment