My Backpacks

แบกเป้เที่ยวเวียดนามตอนที่สาม ทะเลทรายแสนสวยที่มุยเน่

ทริปท่องเที่ยวเวียดนามของผม แบ่งเขียนเป็นสามตอนกันเลยทีเดียว เพราะว่ามันค่อนข้างจะมีรายละเอียดอยากเล่าเยอะ หลังจากที่พาไปฟินกับสองเมืองแล้ว วันนี้มาดูอีกเมืองหนึ่งครับ เป็นเมืองที่อยู่ห่างจากโฮจีมินห์แค่ประมาณ 4 ชั่วโมง นั่นก็คือเมืองมุยเน่นั่นเอง เมืองนี้เค้ามีทีเด็ดเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกัน

ผมนั่งรถจากดาลัดมาถึงมุยเน่ ประมาณหกโมงเย็นแล้วครับ ถือว่าเย็นมากๆ ก็พากันเดินหาโรงแรมที่จะเช็คอินก่อน ผมได้โรงแรมที่อยู่ติดทะเลเลย อากาศดีนะครับ ห้องพักก็สะอาด หน้าห้องมีเปลให้นอนรับลมทะเลด้วย คือละ $20 ถ้าจำไม่ผิด (เริ่มจะสับสนกับตัวเลขแล้ว ฮ่าๆ)  เช็คอินห้องพักเสร็จแล้ว ผมก็ซื้อทัวร์เที่ยวมุยเน่แบบ Sun rise tour ครับ เป็นโปรแกรมเที่ยวครึ่งวัน นั่งรถจิ๊บส่วนตัวไปเที่ยวสี่ที่ ได้แก่ White Sand dunes, Red Sand dunes, Fisihing village และ Fairy Stream ครับ ราคาคนละ $6 ใช้เวลาเที่ยวโดยรวมประมาณ 4 ชั่วโมง

ทางโรงแรมบอกว่าให้ผมตื่นมารอตั้งแต่ 4.30 น. นะครับ ผมก็ตื่นตั้งแต่ตีสี่ ออกมารอเลย แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นรถจิ๊บมารับ ตอนนี้คิดในใจซวยละหว่า ทำไงดี จนถึงตีห้าก็ยังไม่มีมาครับ ผมเลยโทรเข้าเบอร์เจ้าของโรงแรมเลย บอกว่า เห้ย เนี่ยไม่มีใครมารับผมเลยอ่ะ เค้าก็ตกใจกันนะครับ พากันตื่นยกบ้าน ฮ่าๆ แล้วโทรหารถจิ๊บกันยกใหญ่ แล้วก็ขอโทษผม บอกว่าเหมือนรถจิ๊บที่ติดต่อไว้จะมีปัญหา เค้าติดต่ออีกเจ้าให้แทน ขอให้รออีกสิบนาที ผมก็โอเค ไม่ได้อะไรมาก แล้วรถจิ๊บก็มารับครับ เฮ้อ ดีใจจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทราย

IMG_7014

พอไปถึงทะเลทรายขาว โอ้ สวยงามมาก ไม่น่าเชื่อ UNSEEN จริงๆ ไม่คิดมาก่อนเลยว่า เวียดนามจะมีทะเลทรายไกลสุดลูกหูลูกตาแบบนี้

เที่ยวทะเลทรายตอนเช้าๆแบบนี้มันก็ดีไปอย่าง คือ “ไม่ร้อนเท้า” ครับ เดินเล่นสบาย ถอดรองเท้าเดินนี่แหล่ะครับ เพราะถ้าใส่รองเท้าผมรู้สึกว่าเดินลำบากมาก เดินถ่ายรุปกันอย่างสนุกสนาน ผมอัพภาพเหล่านี้ลงเฟสบุค เพื่อนที่เคยมาเวียดนามหลายคนต่างก็แปลกใจว่าที่นี่คือเวียดนามจริงๆหรือ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีทะเลทรายด้วย ฮ่าๆ

การเที่ยวเวียดนามในครั้งนี้ เที่ยวสามเมือง สามรสชาติ สามบรรยากาศเลยจริงๆครับ ที่โฮจีมินห์ก็อารมณ์เที่ยวเมืองหลวง ดูสถาปัตยกรรม ความเป็นอยู่แบบคนเมือง อยู่ดาลัดก็ให้อารมณ์เหมือนเดินทางข้ามทวีป อยู่ในเมืองสุดโรแมนติก ใส่เสื้อกันหนาว จูงมือคนรักนั่งยองๆกินมันเผาเคล้าลมหนาว มีหมู่มวลดอกไม้หลากสีรายล้อม พร้อมกับวิวทะเลสาบกว้างใหญ่อยู่เบื้องหน้า ส่วนเมืองมุยเน่ ก็ประหนึ่งว่าเดินทางสู่ดินแดนตะวันออกกลาง ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของทะเลทรายสุดลูกหูลูกตา ทริปนี้ เป็นทริปที่หลงรักเลยครับ ฟินเวอร์ๆ

IMG_7042

ก่อนจะเดินทางไปเวียดนาม ผมกังวลหลายอย่างครับ กังวลเรื่องคนเวียดนามจะขี้โกง โกหก หลอกลวง เห็นดอลลาร์ไซน์ในหน้าผมหรือเปล่า (Dollar sign in my face) แล้วเรื่องการจราจรที่คงจะว้าวุ่น หนวกหูเสียงบีบแตรกันแน่ๆ อาหารก็คงจะจืดชืดมีแต่ผักตามสไตล์ประเทศหลังสงครามสินะ แล้วก็คงจะมีหมามาขายกันให้วุ่น

แต่เอาเข้าจริง มันไม่ใช่เลยครับ ผมไปแล้ว เจอแต่คนดีๆมีน้ำใจ ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างผมดีมาก ถามว่ามีคนโกงไหม ผมไม่มองว่าเค้าจะโกงอะไรหรอกครับ เช่นตอนขายของ แน่นอนก็จะมีบางเจ้าขายสินค้าราคาแพง ราคานักท่องเที่ยว แต่ผมมองว่ามันก็มีอยู่ทุกที่แหละ สำหรับคนพวกนี้ ประเทศไทยเราเองก็ไม่ใช่ว่าจะน้อยหน้าเค้าเท่าไหร่เรื่องกดขี่ราคาสินค้า แต่เราก็เลือกได้ว่าจะเอาหรือไม่เอา ตรงนี้ผมเลยไม่หยิบมาเป็นประเด็น อืม แต่ที่เห็นชัดๆว่าถูกโกงก็ตอนจ่ายค่าจอดรถมอไซด์ครับ ปกติการจอดรถเนี่ยเค้าจะมีตั๋วจอดให้เราเป็นแบบทางการมาก ค่าจอดก็ประมาณ 2,000-3,000 ครับ แต่ครั้งนั้นเค้าให้ผมแค่ใบเขียนๆเอาด้วยลายมือ พร้อมกับบอกว่าจ่าย 5,000 บาท ตอนนั้นผมก็รู้แหล่ะว่า นี่แหละคือการโกง แต่ก็โอเคจ่ายไป เพราะมันก็เงินห้าหกบาท และเป็นแค่เหตุการณ์เดียวที่ผมเจอ นอกนั้นทุกคนคือคนดีมาก สำหรับผมครับ

IMG_7069

เรื่องการจราจร บ้านเค้ามีรถมอเตอร์ไซด์เยอะมาก แน่นอนว่าการบีบแตรเป็นการส่งสัญญาณทางจราจรอย่างหนึ่งในบ้านเค้า และมันก็จำเป็นมากๆด้วย แปลกดีนะ หลายเมืองไม่มีสัญญาณไฟจราจร เช่นที่เมืองดาลัด การขับรถนี่ต้องเดาใจกันมาก แต่มันก็ไม่ได้วุ่นวายเสียจนรับไม่ได้นะครับ รถไม่ติดเท่า กทม ด้วยซ้ำ

ส่วนเรื่องอาหาร อาหารเวียดนามอร่อยมาก มีทั้งแบบผัก แบบเนื้อให้เลือกกินอย่างจุใจครับ แม้มันจะไม่ได้หลากหลายเท่าอาหารไทย แต่มันก็ไม่ได้อัตคัดเหมือนที่กลัวเลย มีเรื่องฮาด้วยครับ ตอนอยู่มุยเน่ ผมก็ไปทานอาหารที่ร้านอาหารริมทะเล วิวสวย ดูราคาอาหารแล้วก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่ พอไปถึง เมนูมาเป็นปึกครับ เออ เป็นร้านแรกที่มีเมนูอาหารเยอะดี แต่เมนูเป็นภาษาเวียดนามทั้งหมดครับ ผมก็ไม่รู้มันคืออะไร ก็เลยใช้การ “ชี้รูป” เอาครับ เค้าก็บอกว่า อันนี้ไม่มี ผมก็ชี้อันใหม่ เค้าก็บอกว่า อันนี้ก็ไม่มี ผมก็ชี้ตัวอื่น เค้าก็บอกอีกว่า ไม่มี ผมเลยถามว่า แล้วร้านมีอะไรบ้าง? เค้าบอกว่า มีทุกอย่างที่เขียน ส่วนรูปไม่เกี่ยวข้องกับเมนูเลย แค่เอามาแปะเพื่อความสวยงาม อ้าว มีแบบนี้ด้วย ฮ่าๆ

IMG_7078

เนื้อหมาที่นี่ราคาแพงครับ เค้าไม่เอามาขายราคาสามสิบบาทสี่สิบบาทหรอก อีกอย่างย่านท่องเที่ยงเค้าก็จะมีขายหลักๆก็เป็นไก่ ปลา หมู เนื้อครับ ดังนั้นไม่ต้องกังวลใจไป

กลับมาที่มุยเน่ต่อครับ หลังจากดื่มด่ำกับการเที่ยวทะเลทรายกันแล้ว ก็ไปต่อกันที่ทะเลทรายแดง Red Sand Dunes ครับ แต่ในช่วงเช้าผมว่าทะเลทรายขาวสวยกว่า เลยไปใช้เวลาแค่ที่ทะเลทรายแดงแค่ประมาณยี่สิบกว่านาทีครับ ที่นี่เค้ามีให้เล่นสกีทะเลทรายด้วย ใครสนใจก็ลองเล่นดูก็ได้นะครับ

IMG_7216

ถัดจากเที่ยวทะเลทราย ก็ไปต่อที่หมู่บ้านชาวประมง ที่นี่ก็มีสิ่งแปลกใหม่สำหรับผมด้วยครับ นั่นก็คือ “เรือกลมๆ” มันเหมือนกะละมังลอยน้ำนะ ฮ่าๆ ผมไปสังเกตดูเห็นว่าเป็นการจักสานด้วยไม้ แล้วก็ทาชันแล้วก็ทาสีทับครับ เป็นเรือรูปทรงแปลกๆดีจัง เค้าใช้เรือนี้ออกไปหาปลาด้วย แต่ที่หมู่บ้านนี้ผมเหม็นคาวปลาครับ ก็เนาะ หมู่บ้านประมงก็ต้องมีกลิ่นปลาอยู่แล้ว สำหรับใครที่อยากไปดูวิถีชีวิตชาวประมง ก็น่าจะชอบสถานที่นี้ครับ

IMG_7224

และใกล้ๆกันก็เป็นจุดสุดท้ายที่เราจะไป Fairy Stream นั่นเอง ตอนแรกผมก็งงๆ ว่ามันคืออะไร แฟรี่อย่างไร พอเดินไปถึงก็จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นบอกว่าให้ถอดรองเท้านะครับ แล้วก็ฝากไว้ แต่ต้องจ่าย 5,000 VND แต่ผมไม่ฝากครับ เดินลุยไปเลย ถือรองเท้าเองได้ เริ่มงกแล้ว ฮ่าๆ มันเป็นลำธารเล็กๆ น้ำเหมือนสีส้มๆ เดินไปก็นึกอยากรู้ว่ามันมีอะไรให้ตื่นเต้นเหรอ พอเดินไปสักพักก็เริ่มเห็นหินรูปทรงแปลกๆ แล้วก็ริมแม่น้ำที่เป็นเหมือนหน้าผาขนาดย่อมสีส้มสลับขาว สวยมากครับ เหมือนแกรนด์แคนยอนแบบย่อมๆเลย คุ้มค่าเช่นกันครับ

IMG_7321

หลังจากเที่ยวเสร็จ ผมก็กลับไปที่พัก แล้วก็นอนต่อจนสิบเอ็ดโมง ถึงตื่นขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า เช็คเอาท์ รอขึ้นรถกลับโฮจีมินห์ วันสุดท้ายที่โฮจีมินห์ ผมไปเที่ยวอุโมงค์ Cu Ching ครับ ผมแนะนำเลยนะว่าถ้ามีเวลาควรจะไปสัมผัสกับภูมิปัญญาในสมัยสงคราม เพราะเป็นอุโมงที่ขุดด้วยชาวบ้านนี่แหล่ะ เป็นระบบที่ซับซ้อนมาก ชาวบ้านอาศัยอยู่ใต้ดิน เป็นอุโมงค์ที่ยาวไปจนถึงกัมพูชาเลยครับ ตอนสงครามเวียดนาม อเมริกันแพ้สงครามก็เพราะอุโมงนี้เช่นเดียวกัน

ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของผมนะครับ สำหรับทริปหน้าจะเป็นที่ไหน รอดูกันนะครับ แล้วเจอกันใหม่คร้าบ 🙂

Leave a comment

Related Posts