My Backpacks

แนะนำแพลนแบกเป้เที่ยวบาหลี สำหรับ 4 คืน 5 วัน

อะไรวะ ไปบาหลีอีกแล้วเหรอ? ทุกๆครั้งที่ผมบอกว่าผมจะไปบาหลี คนรอบข้างผมก็มักจะถามคำถามนี้ตลอด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจครับ เพราะผมไปบาหลีบ่อยมาก ไปทีก็เป็นเดือนๆ เรียกได้ว่าบาหลีนะหรือ ก็คือบ้านหลังที่สองของผมไปแล้วหละครับ  ทีนี้ไอ้ด้วยความที่ผมก็ไปบาหลีบ่อยมาก ไปอยู่นาน เที่ยวโน่นเที่ยวนี้ บางจุดก็เที่ยวจนแหลกให้ไปอีกก็อาจจะรู้สึกว่า เอ่อ คิดดูก่อน (แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ยังไม่เคยไปเหมือนกัน เพราะบาหลีมันมีที่เที่ยวเยอะสุดๆ)

ทีนี้พอไปบ่อยๆ หลายๆคนก็เลยมักจะมาขอคำแนะนำจากผมเวลาจะไปเที่ยวบาหลี ว่าจะไปที่ไหนดี เดินทางอย่างไร ปลอดภัยไหม พักไหน เยอะแยะมากมาย ผมก็เลยคิดว่า เอางี้ ผมมานั่งทำโปรแกรมแนะนำดีกว่าว่าถ้าไปบาหลีผมแนะนำให้ไปเที่ยวไหน

และจากที่หลายๆคนมาถามผม เวลาพวกเขาไปเที่ยวกันก็ค่อนข้างมีเวลาน้อยมากครับ ผมมานั่งคิดดู อือมันก็คงไม่มีใครว่างเหมือนเราที่จะไปนั่งเตร็ดเตร่อยู่ต่างประเทศได้เป็นเดือนๆ ผมเลยคิดว่าถ้าจะไปเที่ยวทั้งที ถ้าเป็นไปได้หนะนะ ให้ใช้เวลาในบาหลีอย่างน้อย 4 คืน 5 วัน จะได้ซึมซับอะไรเยอะหน่อย แต่ถ้ามีเวลาน้อยกว่านี้ก็ลองดัดแปลงดูได้ครับ

สำหรับโปรแกรมเที่ยวที่ผมมาแนะนำนี้ จะเน้นคนที่ชอบเที่ยวแบบดื่มด่ำ อยากเอ็นจอยกับสถานที่เยอะๆ ไม่เหมาะสำหรับคนที่เน้นไปเพื่อเช็คอินนะครับ มามะ มาเริ่มกันดีกว่า

วันที่หนึ่ง เดินทางสู่บาหลี Nusa Penida – Garuda Wisnu Kencana – Uluwatu Temple

ถ้าเป็นไปได้ ให้เดินทางออกจากไทยตั้งแต่เช้าครับ แล้วเราจะไปถึงบาหลีประมาณเที่ยงๆ รอขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง รอรับกระเป๋า ก็น่าจะเสร็จประมาณบ่ายโมง ซึ่งวันนี้ผมแนะนำให้เที่ยวโซนรอบๆสนามบินครับ ซึ่งมีหลายจุดมาก

เริ่มต้นให้ไปเที่ยวที่หาด Nusa Penida ครับ หาดนี้เป็นจุดเล่นน้ำทะเลที่เพิ่งมาบูมได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้เงียบสงบมากครับ ตอนนี้เหรอ ฮ่าๆๆๆ ก็เปลี่ยนไปตามโลกทุนนิยมครับ กระนั้นก็เป็นจุดที่เหมาะสำหรับจะออกไปถ่ายภาพ ไปเล่นน้ำครับ ถ้าฟ้าเปิดนะ น้ำทะเลเป็นสีน้ำเงินสวยมากๆเลย

หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศทะเลแล้ว จุดต่อไป ให้ไปเที่ยว Garuda Wisnu Kencana ครับ จุดนี้คือจุดที่ชาวบาหลีสร้างปฏิมากรรมลอยตัวรูปพระวิษณุทรงครุฑครับ ที่มีขนาดใหญ่มากกก (เติม ก. ไก่ไปอีกสักสิบตัว) ว่ากันว่าถ้าสร้างเสร็จ มันใหญ่กว่าเทพีเสรีภาพเสียอีก… อ่านถึงตรงนี้แล้วคงรู้นะครับว่า … “มันยังสร้างไม่เสร็จ”  แต่แม้จะยังสร้างไม่เสร็จ แค่นี้ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แล้วเราแล้วแหละครับ ด้วยสัดส่วนการสร้างที่เป๊ะมาก หน้าพระวิษณุหล่อสุดๆ กล้ามท้องเป็นมัดๆ เรียกได้ว่า เก็บรายละเอียดได้สุดยอดมากครับ ข้างในมีจุดถ่ายรูปสวยๆเต็มไปหมดเลย

จากนั้นให้ไปปิดท้ายการเดินทางที่จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่วัด Uluwatu temple ครับ วัดนี้เป็นวัดริมหน้าผา เป็นกิจกรรมที่เราต้องเดินชมวิวเลียบหน้าผาไปเรื่อยๆ ระยะทางผมว่าเกือบกิโลนะครับ ยาวมาก แต่ระวัง ลิงที่นี่ดุมาก!!! ของมีค่า เช่น มือถือ ไอแพด แว่นตา กระเป๋า พวงกุญแจ จงเก็บไว้ให้ดีครับ ลิงจะมาแย่งไปจากมือ จากหน้า จากตัวคุณ ผมเจอมาแล้ว วิ่งมาฉกแว่นสายตาจากหน้าผมเลยครับ น่ากลัวมาก ผมเห็นนักท่องเที่ยวบางคนถูกลิงฉกไอโฟน แล้วมันก็แทะๆ จากนั้นมันก็ … “โยนลงทะเล” เห็นแล้วหัวใจจะหยุดเต้น เที่ยววัดนี้ต้องมีสติให้มากๆครับ ลิงน่ากลัวเวอร์

และถ้าหากมีเวลาพอนะครับ ผมอยากให้ซื้อตั๋วชมการแสดง kecak Dance ครับ อยู่ที่วัด Uluwatu นี้แหละ เป็นการแสดงที่น่าสนใจมากๆ แต่ว่าการแสดงจะเริ่มต้นตอน 18:00 และใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ดังนั้นกิจกรรมในวันนี้อาจจะต้องอยู่ดึกสักหน่อยคับ

เสร็จกิจกรรมในวันนี้ ให้เดินทางไปพักแถวอูบุดครับ วันนี้เดินทางไกลหน่อย แต่เชื่อผมครับ มันดีถ้าเราจะไปเที่ยวในบาหลี การพักในอูบุดค่อนข้างจะสะดวกหลายๆอย่าง เพราะเป็นแหล่งพักของนักท่องเที่ยวครับ

วันที่สอง เดินทางไปดู Barong Dance – Tempak siring Temple – Kintamani – Pura Goa Gajah

โปรแกรมแรกสำหรับวันนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากดูการแสดงพื้นเมืองของบาหลี นั่นก็คือระบำบารองครับ เจ้าตัวบารองเนี่ยเป็นเหมือนสัตว์มงคลของพวกเขา ลักษณะคล้ายสิงโตครับ โดยปกติแล้วการได้เห็นระบำบารองไม่ใช่จะได้เห็นง่ายๆนะครับ ต้องมีพิธีกรรมสำคัญมากๆถึงจะได้เห็น แต่ก็นะเพื่อการท่องเที่ยวโปรโมทวัฒนธรรม บาหลีจึงมีศูนย์การแสดงให้เราได้ดูระบำบารองครับ ใช้เวลาในการชมประมาณหนึ่งชั่วโมง

ดูบารองเสร็จแล้ว ก็ให้นั่งรถไปยังจุดเที่ยวต่อไปคือ Tempak Siring Temple วัดศักดิ์สิทธิ์ของชาวบาหลี ที่นี่น้ำเย็นใสสะอาดมากๆ ชาวบาหลีจะมาอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ครับ มีน้ำผุดด้วย อากาศก็จะเย็นๆหน่อย มีจุดถ่ายภาพสวยๆเต็มไปหมดอีกแล้ว สถาปัตยกรรมบาหลีเอย หรือผนังหินที่มีมอสขึ้นเต็มไปหมด ก็เป็นอีกจุดที่ถ่ายภาพได้อย่างไม่เคอะเขิน สำหรับผม ถ่ายตรงไหนก็ว่ามันดูดีไปหมดเลยครับ  วัดนี้มีตลาดด้วยครับ คนไทยรู้จักกันในชื่อว่า “ตลาดปราบเซียน” ราคาสิ่งของจะแพงลิบลิ่ว ให้ต่อราคาแรงๆไปเลยครับ อย่างน้อย 50% เชื่อผมครับ ต่อไปอย่างน้อย 50%!! ไม่ได้ไม่เป็นไร เดินหนีมาเลย ฮ่าๆ อย่างโสร่งราคา 40,000 รูปี แม่ค้าอาจจะบอกว่า 200,000 ได้ครับ  แต่ถ้าต่อราคาไม่เก่ง ก็คิดว่าถ้าพอใจราคานั้นรับได้ก็ซื้อไปเลยครับ อย่าคิดมาก

จุดต่อไปคือไป เดินทางสู่หมู่บ้าน Kintamani พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของ ภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ (Gunung Batur) และทะเลสาบบาตูร์ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของบาหลี ภูเขาไปแห่งนี้มีอายุมากกว่า 50,000 ปี มีความสูง 1,717 เมตร เคยปะทุพ่นลาวาและเถ้าภูเขาไฟมาแล้วหลายครั้ง เหมาะสำหรับคนอยากถ่ายภาพกับภูเขาไฟ อยากจะถ่ายภาพกับทะเลสาบ หากมีเวลามากพอ ให้กินข้าวชิลๆ ที่ร้านแถวนี้ก็ได้ครับ อาหารไม่แย่ มีแบบบุฟเฟต์ด้วย แต่บาหลี ร้านอาหารจะมี Service Charge + Vat รวมแล้ว 21% นะครับ

จุดสุดท้ายสำหรับโปรแกรมนี้คือ เที่ยวัดถ้ำช้าง Pura Goa Gajah  เป็นสถานที่สำคัญแต่ไม่มีช้าง ยกเว้นรูปปั้นพระคเนศเศียรช้างที่อยู่ภายใน มีจารึกในใบลานซึ่งเชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของพระในพระพุทธศาสนา ปากถ้ำแห่งนี้เป็นเศียรใหญ่ยักษ์อันน่ากลัว ภายในถ้ำมีรูปปั้นศิวลึงค์สามองค์ สลักขึ้นจากศิลาหนึ่งก้อนและตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน เพราะเนื่องจากพระคเนศเป็นโอรสของพระศิวะ และลึงค์มีไว้เพื่อบูชาพระศิวะ ด้านหน้าปากถ้ำมีสระอาบน้ำอันศักดิ์สิทธิ์  สำหรับผมจุดไฮไลท์ของที่นี่คือการไปถ่ายภาพกับรากไม้สวยๆ ก้อนหินใหญ่ๆ มันฟินมากครับ ยิ่งถ้ามีช่างภาพเก่งๆไปด้วย มันคือสวรรค์ของคนชอบถ่ายภาพเลยแหละครับ

วันที่ 3  Taman Ayun – Ogoh Ogoh Museum – Pura Ulun Danu – Tanah Lot Temple

กิจกรรมวันนี้จะไม่ได้เดินทางไปไกลมากสักเท่าไหร่ครับ เริ่มเปิดทริปด้วยการไปวัด Taman Ayun ก่อน วัดนี้เป็นวัดสมัยราชมงค์เม็งวีครับ

ถัดจากวัด Taman Ayun ผมแนะนำมากๆให้ไป Ogoh Ogoh Museum มันอยู่ไม่ห่างจากวัด Taman Ayun เลยเดินไปแค่ราว 5 นาที แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้จัก คนที่ชอบศิลปะการมาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มันคือการไปตื่นตาตื่นใจกับการสร้างรูปปั้นภูติผีปีศาจของชาวบาหลี ที่สัดส่วนอนาโตมีสมจริงมาก การลงสีก็สมบูรณ์แบบ การจัดสมดุลของรูปปั้นก็ไม่มีที่ติ ที่สำคัญทั้งหมดทั้งมวลนี้ สร้างโดยเด็กวัยรุ่นบาหลี!! อายุราว 12-18 ปีครับ ผมเห็นแล้วทึ่งมากๆ ข้างในมี Ogoh Ogoh อยู่เต็มไปหมด ไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ

เสร็จแล้วเราจะขึ้นเขาไปยังวัดที่อยู่กลางทะเลสาบกันครับ ชื่อว่าวัด Ulun Danu ระหว่างทางจะมีร้านขายผลไม้อยู่ สตอเบอรี่ราคาถูกม้ากกกก กินให้พุงแตกระหว่างนั่งบนรถได้เลยคับ ระหว่างทางอากาศเย็นสบายมากๆ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งรถเล่นอยู่บนดอยอินทนนท์ พอไปถึงจะเห็นทะเลสาบกว้างใหญ่ มีวัดอยู่ด้วย วัดนี้มักจะคราคร่ำไปด้วยผู้คนครับ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวบาหลีที่มาประกอบพิธีกรรม  พอดื่มด่ำกับวัดนี้เสร็จแล้ว ให้นั่งรถต่อไปอีกนิด จะเป็น Big Gate ของบาหลีครับ เป็นจุดถ่ายภาพที่เจ๋งอีกจุด

สถานที่สุดท้ายจะเป็นวัดที่โด่งดังไม่แพ้กัน เป็นหนึ่งในจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยมากๆ (ถ้ามีโชคได้เห็น เพราะส่วนใหญ่ฟ้ามักจะปิดครับ ฮ่าๆๆ) ผมเห็นพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ สวยจนแบบ โอ้โห ผืนแผ่นดินเป็นสีทอง สวยงามสุดๆวัดที่ว่าคือ Tanah Lot ครับ ระหว่างทางไปวัดนี้เราจะผ่านทุ่งนาขั้นบันไดด้วย สวยอีกแล้วครับ มีเวลาก็แวะถ่ายรูปกันได้ ที่วัดแห่งนี้มีตลาดขายของด้วย ราคาไม่แพงมากครับ อย่างเสื้อยืด ตัวละ 15,000 รูปี คิดเป็นเงินไทยราว 40 บาท ถูกเวอร์ๆ

วันนี้ 4 Mother Temple : Besakih  – Kertha Gosa – Kuta Beach

วันนี้จะเป็นวันเก็บวัด Highlight ที่ได้ชื่อว่าเป็น Mother Temple ของบาหลี วัดใหญ่มากๆ เราควรใช้เวลากับที่นี่ครับ

ช่วงเช้า – กิจกรรมวันนี้เราจะใช้เวลากับสถานที่แค่ไม่กี่ที่เพราะการเดินทางค่อนข้างไกลและสถานที่ท่องเที่ยวก็กินพื้นที่ใหญ่โตมโหฬารมาก เพราะมันเป็น “ตัวแม่” ของวัดทั้งหลาย นั่นก็คือ วัดเบซากิ Pura Besakih ครับ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาไฟกูนุงอากุง ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในบาหลี (ยังปะทุอยู่ด้วย) วัดนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญสูงสุดของบาหลีครับ คนบาหลียกให้เป็นมารดาแห่งวัดทั้งหลายทั้งปวง เป็นวัดที่ใหญ่มากๆๆๆๆ มีวัดเล็กวัดใหญ่ วัดประจำท้องถิ่น วัดประจำวรรณะอยู่เต็มไปหมด เดินถ่ายรูปกันเพลินไปเลยครับ แต่วัดนี้จะต้องจ่ายค่า Local Guide ด้วยครับ ลองเจรจาดูนะครับ ช่วงที่ผมไปบางทีก็มีเรตตายตัว บางทีก็มาแบบให้เราเสนอราคา เสร็จแล้วไกด์จะขอทิปเพิ่มนะครับ ก็ลองพิจารณาดูว่าจะให้เท่าไหร่ ถ้าไปหลายคนผมว่าให้ทิป 100,000 รูปีก็ได้คับ (ราวสองร้อยแปดสิบบาท) ถือว่าให้การสนับสนุนคนในท้องที่ได้มีงานทำ

ช่วงบ่าย (SPECIAL) พาชมสถานที่ที่มีภาพเขียนตั้งแต่สมัยโบราณที่งานอลังการมาก เป็นอีกหนึ่งสถานที่พิเศษ ที่โปรแกรมทัวร์ทั่วไปไม่จัด คือ kertha gosa เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น “ศาล” มาก่อนครับ จะมีรูปภาพเรื่องราวของการเดินทางของตัวละครจากเรื่องมหาภารตะ เป็นศิลปะแบบ Shadow art ที่หลงเหลือเพียงหนึ่งเดียวในโลกครับ (ศิลปะที่ว่าก็คือลายเส้นแบบหนังตะลุงครับ) แนะนำให้ไปมากๆ ยิ่งถ้าคนชอบดูศิลปะเก่าแก่ของโลก ผมว่ายิ่งควรไป ที่นี่ไปเองได้ ไม่ต้องมีไกด์ก็ได้ แต่ถ้าให้ผมแนะนำนะ เอาไกด์ท้องถิ่นที่นี่แหละคับ เขาจะได้บรรยายให้เรารู้ว่าความเป็นมาเป็นอย่างไร ภาพวาดแต่ละอย่างสื่อถึงอะไร ไปเที่ยวแบบซึมซับไม่ควรตระหนี่มากนัก ค่าไกด์ไม่แพงมากครับ แล้วแต่เราจะให้ครับผม โดยปกติผมก็ให้คร้ังละ 100,000 รูปีครับ (ค่าแรงคนอินโด ได้วันละ 60,000 รูปี ผมเลยคิดว่า 100,000 รูปี เป็นเรตที่ไม่น่าเกลียดนะ)

หลังจากเที่ยวเสร็จแล้ว เราจะนั่งรถไปยังที่พักใน Kuta Beach กันครับ เหตุผลที่พักที่นี่เพราะใกล้สนามบินนั่นเอง พรุ่งนี้ก็จะเดินทางกลับกันแล้วนี่นา

วันที่ 5 เดินเล่นริมหาด Kuta Beach – เดินทางกลับไทย

กิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมเบาๆครับ ตื่นแต่เช้า ไปเดินเล่นที่หาด Kuta Beach ได้เลย จริงๆหาดนี้เหมาะสำหรับคนชอบเล่นเซิร์ฟบอร์ดนะครับ แต่ด้วยความที่เราไม่ได้มีเวลาเยอะมากพอ ผมเลยเอามาเป็นกิจกรรมสุดท้ายให้ได้เดินเล่นชิลๆ เสร็จแล้วก็เดินทางไปสนามบิน เตรียมตัวกลับไทยได้เลย

นี่แหละครับกิจกรรมการท่องเที่ยวบาหลีสำหรับคนมีเวลาราว 4 คืน 5 วันที่ผมอยากจะแนะนำ จริงๆแล้วบาหลีมีที่เที่ยวเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ละจุดก็เหมาะกับคนที่ชอบแตกต่างกัน เอาง่ายๆแค่โซนอูบุดก็เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจเลยครับ บาหลีครั้งเดียวไม่พอครับ ค่อยๆเก็บแต้มไปเรื่อยๆ ฮ่าๆ

ใครที่มีเวลามากหรือน้อยกว่านี้ก็ลองนำไปประยุกต์ดูได้นะครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้การเดินทางเที่ยวบาหลีของเพื่อนๆง่ายขึ้นครับ 🙂

พิเศษ เพื่อเติมเต็มให้ทริปของคุณทรงคุณค่าแก่การจดจำมากยิ่งขึ้น ผมมีคอนแทคสำหรับคนที่อยากได้คนขับรถพาเที่ยว หรือหาช่างถ่ายภาพนิ่ง / ภาพเคลื่อนไหว ที่คอยเก็บบันทึกบรรยากาศการเดินทางของคุณ สามารถติดต่อได้ที่แบบฟอร์มด้านล่างครับ เป็นคอนแทคของน้องๆที่บาหลี นิสัยดี น่ารัก ไว้ใจได้ทุกคนเลยครับ (ผมให้คอนแทคเท่านั้น ค่าใช้จ่ายการให้บริการ จ่ายกับคนให้บริการได้โดยตรงครับ)

""
1
ชื่อชื่อผู้ติดต่อ
วันที่เดินทางเช่น 1-5 พ.ค.
ข้อความเพิ่มเติมmore details
0 /
Previous
Next

Leave a comment