My Backpacks

อรุณสวัสดิ์ สวัสดีครับ “บาหลี”

ปกติแล้ว ผมเองไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวที่ไหนสักเท่าไหร่ครับ ชีวิตส่วนใหญ่ก็อยู่กับการเรียน พอเรียนจบก็ทำงานอย่างเดียว ออกไปเที่ยวนับครั้งได้ครับ ครั้งนี้ผมเลยตั้งใจไว้ว่าจะให้รางวัลชีวิตตัวเองสักหน่อยด้วยการออกไปเที่ยวต่างแดน และผมก็เลือกดินแดนนี้ครับ “บาหลี” ให้เป็นเป้าหมายของผม (อันที่จริงผมเลือก เพราะว่าดันไปอ่านเจอในเว็บที่เค้าบอกว่า แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเอเชีย อันดับหนึ่งคือ กรุงเทพฯ อันดับสองคือกระบี่ อันดับสามคือบาหลี ผมก็เลยเลือกบาหลีนี่แหล่ะคับ)

ผมเลือกวันเดินทางเป็นวันที 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ครับ ฮ่าๆ เดินทางโดยเครื่องบินแอร์เอเชียครับ ฉายเดี่ยวเลยครับ

13

ขอเล่านิดนึงนะครับว่าตอนที่ระหว่างนั่งเครื่องบินเนี่ย เค้าจะให้เรากรอกเอกสารเข้าประเทศของเค้าครับ น่าจะเป็นเหมือนใบ ตม นี่แหล่ะครับ ไอ้ผมก็ไม่เคยไปเมืองนอกเมืองนา ตรงช่องที่กรอกว่า “คุณจะพักอยู่ที่ไหน” ผมก็ไม่รู้ครับ เลยปล่อยว่าง พอไปถึง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า “คุณต้องกรอกนะ ถ้าไม่กรอกก็ผ่านไปไม่ได้” ผมก็เอาละสิ โรงแรมก็ไม่ได้จอง เพราะไปครั้งนี้ มีเพื่อนเป็นคนบาหลีอยู่พอดี บ้านเพื่อนชื่อหมู่บ้านอะไรก็ไม่ได้จำอีก ฮ่าๆ ผมเลยหันไปหาคนข้างหลังซึ่งเป็นชาวออสเตรเลียว่า “คุณพักที่โรงแรมไหน ผมขอชื่อโรงแรมหน่อย” เค้าก็หัวเราะ แล้วก็เอาใบ ตม ที่ว่าให้ผมดู ผมก็ทำการ “ลอก” ลงของตัวเองอย่างรวดเร็วครับ แค่นั้นเอง ก็ผ่านไปได้ ทำให้ผมรู้ว่า จริงๆก็แค่ระบุชื่อสถานที่สักที่หนึ่งให้ครบแค่นั้นเองครับ T.T

พอลงจากสนามบินปุ๊บ ก็จะมีแท็กซี่มาเสนอให้ความช่วยเหลือเยอะมากครับ และทุกคนพูดภาษาอินโดกับผมหมดเลย (หน้าผมคงจะเหมือนคนอินโดนีเซียมาก) ผมก็บอกปฏิเสธไป เพราะจะมีเพื่อนมารับครับ แต่ระหว่างที่รอเพื่อนผมก็คุยกับคนแถบนั้นเพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนครับ ฮ่าๆ

ผมไปถึงบาหลีก็เกือบเที่ยงแล้ว ก็ไปทานข้าวทานปลากันก่อนครับ คนบาหลี เค้าใช้ “มือเปิบ” ข้าวกันนะครับ

12

วันแรกของผมส่วนใหญ่ก็จะหมดไปกับการนั่นรถครับ บาหลีนี่ในตัวเมืองรถติดจริงๆนะครับ นั่งรถกันนานมากกว่าจะไปถึงบ้านของเพื่อนผม อ้อ บ้านของเพื่อนผมเป็นหมู่บ้านที่ห่างออกไปจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้ารถไม่ติดครับ บรรยากาศดีมากๆๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวเลยสักคน ฮ่าๆ ผมเลยกลายเป็นนักท่องเที่ยวคนเดียวในละแวกนั้น

14

วันนี้ผมเดินทางไปสวัสดีครอบครัวของเพื่อนครับ ครอบครัวเพื่อนผมเป็นครอบครัวใหญ่มาก เหมือนชนบทของบ้านเราครับ บ้านตายายพี่ป้าน้าอาสร้างอยู่ติดๆกัน แต่ว่าเค้าก็มีหลักในการสร้างนะครับ แต่ผมก็จำไม่ค่อยได้ว่าหลักยังไง ภาพด้านบนคือบ้านของเพื่อนผมเองครับ เป็นบ้านสไตล์บาหลีเลย ผมเห็นครั้งแรกนี่ “อึ้ง” ไปเลยครับ รายละเอียดประตูบ้านมันอลังการมากๆ

หน้าตาคนบาหลีไม่ต่างจากคนไทยเลยครับ แต่เค้าจะดูอวบๆกว่าคนไทยนิดหน่อย ฮ่าๆ ในช่วงกลางวันผมก็หมดไปกับการเดินทางสวัสดีและฝากเนื้อฝากตัวกับครอบครัวของเพื่อนผม แล้วก็ “นอน” ครับ ดูเป็นการไปเที่ยวที่คุ้มมาก ฮ่าๆ จริงๆแล้วผมเป็นคนที่จะนั่งรถหรือนั่งเครื่องติดต่อกันนานๆไม่ได้ ไม่รู้เป็นอะไร จะเพลียเหมือนโดดดูดวิญญาณ ดังนั้นพอสวัสดีญาติๆเสร็จ ก็ขอตัวนอนเอาแรงก่อนครับ เพื่อนบอกว่าเดี๋ยวเย็นๆจะปลุกมาทานข้าวเย็นแล้วก็พาไปเที่ยวหาดคูต้าครับ

…นอน…

พอถึงตอนเย็น เพื่อนก็ปลุกมาทานข้าวครับ อาหารของบาหลีเนี่ยมีแต่ “มะพร้าว” เป็นส่วนประกอบทั้งนั้นเลยครับ ขนาดไข่เจียวยังมีความเป็นมะพร้าวผสม (ใช้นำ้มันมะพร้าว) อีกอย่างนะครับ อาหารเค้าจะเผ็ดมากกกกก ยิ่งน้ำพริกของเค้า (เรียกว่า แซมบัล) เผ็ดเอาโล่ไปเลยครับ ผมแตะครั้งเดียวก็เกินพอ เลยนั่งกินแต่ข้าวกับไข่เจียวไปตามอัตภาพ  สามวันแรก ผมมีปัญหาเรื่องท้องมากครับ อาหารไม่คุ้นปาก ทำเอาผมท้องเสียเลย

ทานข้าวเสร็จแล้ว เพื่อนผมก็พาบึ่งรถไปที่หาดคูต้าครับ

15
หาดคูต้ายามกลางคืนจะเต็มไปด้วยฝรั่งครับ เหมือนพัทยาบ้านเรา ผมไปถึงก็ค่อนข้างดึกแล้ว ทะเลก็มองไม่ค่อยเห็นครับ เห็นแต่ฝรั่งนั่งจิบไวน์รับลมทะเลไป

16

โดยส่วนตัวแล้วผมมาเยือนบาหลี เพราะอยากจะสัมผัสความเป็นธรรมชาติมากกว่า ดังนั้นภาพที่หาดคูต้าผมเลยไม่ค่อยได้ถ่ายเก็บไว้สักเท่าไหร่ ครับ เพื่อนผมก็บอกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปรับอรุณที่ทุ่งนาครับ ไปดูนาขั้นบันไดกัน

และนี่คือภาพยามเช้าที่ “จังเกาะ” ครับ (ขออภัยผมจำชื่อภาษาอังกฤษไม่ได้ มันสะกดยากครับ เลยจำแต่ภาษาไทยมา)

17

“จังเกาะ” อยู่ห่างจากบ้านเพื่อนผมแค่สิบนาทีเองครับ คือนั่งมอไซด์ออกจากบ้านเพื่อนก็ถึงแล้ว บรรยากาศดีมาก บ้านเมืองเค้าอุดมสมบูรณ์กับความเป็นธรรมชาติมาก ระบบชลประทานเค้าเยี่ยมมากๆ

18

มองไปจะเห็นภูเขาไฟอยู่ลิบๆครับ ตอนเช้าอากาศที่นี่ดีมาก เย็นกำลังพอดี แต่ตอนกลางวัน เหอะๆๆ ร้อนไม่ต่างจากกรุงเทพฯครับ และบางเวลาก็จะมีฝนตกด้วย แต่ก็ตกไม่นานเท่าไหร่ เอาเป็นว่าผมไปอยู่บาหลี หนึ่งวันเจออากาศครบสามฤดูกันเลยทีเดียว

19

ผมไม่แน่ใจว่าที่พืชพรรณของเค้าดีขนาดนี้ เป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งมาจากที่ดินของเค้าเป็นดินภูเขาไฟหรือเปล่านะครับ ป๊ะก๊ะ(คุณตา) บอกว่าปลูกอะไรก็ขึ้นครับ

20

เสร็จจากเที่ยวชมทุ่งนารอบหมู่บ้านแล้ว ผมก็กลับไปอาบน้ำอาบท่า ทานข้าวเช้า เตรียมตัวออกไปเที่ยวยังสถานที่ต่อไป

Leave a comment